รู้จัก ‘ฮีทสโตรก’ ภัยใกล้ตัวสำหรับผู้รักการออกกำลังกายกลางแจ้งพร้อมวิธีป้องกัน

7.05.21 | 01:06 น.

รู้จัก ‘ฮีทสโตรก’ ภัยใกล้ตัวสำหรับผู้รักการออกกำลังกายกลางแจ้งพร้อมวิธีป้องกัน

 

 

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เผยแพร่บทความที่เป็นประโยชน์ เป็นความรู้แก่ผู้รักการออกกำลังกายกลางแจ้ง และวิธีป้องกันในหัวข้อ “ฮีทสโตรก” โรคร้ายที่นักวิ่งมองข้าม

ฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นแล้ว สำหรับนักวิ่งในประเทศเมืองร้อนแบบไทย การวิ่งท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ แดดเปรี้ยง หรืออบอ้าว อาจส่งผลกระทบและปัญหาต่อร่างกายมากกว่าเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ตั้งแต่เรื่องที่ไม่รุนแรงเช่น เสียเหงื่อมากเกิน อาการขาดน้ำ ตะคริว และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต นั่นก็คือ “ฮีทสโตรก”

ภาวะฮีทสโตรก คืออาการเจ็บป่วยที่เกิดจากภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ การดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือ ศูนย์การควบคุมอุณหภูมิในร่างกายผิดปกติ (ภายใน) โดยในหมู่นักวิ่งมักเกิดจากการออกกำลังกายหนักเกินไป ร่วมกับภาวะร่างกายขาดน้ำ (dehydration) ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ถือเป็น “ภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์” ที่ต้องได้รับการรักษาทันที
สัญญาณเตือนภัยฮีทสโตรก

Advertisement

เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้ได้ รู้สึกว่าร่างกายร้อน แต่ไม่มีเหงื่อออก โดยมีอาการดังนี้

– ปวดหัว มึนงง

– ภาวะขาดเหงื่อ แม้อยู่ในอากาศร้อน (เหงื่อไม่ออก)

– ผิวแห้งและร้อน

– เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน

– กล้ามเนื้ออ่อนแรง วิ่งไม่ออก ขาเปลี้ย

– อัตราเต้นของหัวใจผิดปกติ หายใจเร็ว

-สับสน เพ้อ

– ชัก หายใจหอบ

– หมดสติ

การรักษาภาวะฮีทสโตรก ก่อนอื่นเมื่อเริ่มรู้สึกว่าอุหณภูมิร่างกายสูงขึ้นจนผิดปกติ ควรลดอุณหภูมิร่างกายและชดเชยน้ำเข้าไปให้เพียงพอ หากคุณเริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้หยุดวิ่งและดื่มน้ำ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรพบหน่วยพยาบาล ในกรณีที่เริ่มมีอาการสับสน วูบวาบเหมือนจะเป็นลม ต้องหยุดวิ่งแล้วเรียกหน่วยแพทย์เพื่อปฐมพยาบาลโดยเร็วที่สุด

หากคุณไปซ้อมวิ่งหรือวิ่งแข่งแล้วเจอเพื่อนนักวิ่งเริ่มมีอาการภาวะฮีทสโตรก ควรทำปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยอันดับแรกคือลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด นำผู้ป่วยไปในที่มีอากาศเย็นและถ่ายเท จากนั้นใช้น้ำแข็งประคบคอ หลัง เพราะพื้นที่เหล่านี้มีการไหลเวียนของเลือดสูง กระตุ้นให้ร่างกายลดอุณหภูมิลง และเช็ดตัวผู้ป่วยด้วยน้ำเย็น ในกรณีที่เริ่มมีอาการหนักหรือหมดสติให้รีบติดต่อหน่วยแพทย์ นำส่งโรงพยาบาล หรือแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669

การบาดเจ็บจากความร้อนสามารถป้องกันได้ 100% สิ่งที่สำคัญคือ อย่าฝืนถ้าไม่ไหวกัน….