วิ่งธงชาติไทย วันที่41 ถึงอุตรดิตถ์ ผ่าน 23 จังหวัด 3,105 กม. จุฑาธิป ปลื้มกำลังใจล้นหลาม
ความเคลื่อนไหวกิจกรรมประวัติศาสตร์ “FLAG OF NATION วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” ซึ่งจัดต่อเนื่อง 61 วัน 35 จังหวัด ระยะทาง 4,606 กม. เทียบเท่าระยะทางกรุงเทพฯ ไปยังกรุงโตเกียว จัดขึ้นเพื่อส่งกำลังใจจากพี่น้องคนไทยสู่นักกีฬาทีมชาติไทย ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม วิ่งต่อเนื่องเป็นวันที่ 41 จาก จ.แพร่ มายัง จ.อุตรดิตถ์ ระยะทาง 79.6 กม.
สำหรับการวิ่งในวันนี้เริ่มออกสตาร์ทจากสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ได้รับเกียรติจาก นายวิเชียร อนุสาสนนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ รับหน้าที่เชิญธงชาติไทยมายังแท่นปักธง ก่อนนำขึ้นขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของ จ.แพร่
เมื่อขบวนรถแห่เข้ามาถึงเขตจ.อุตรดิตถ์ มีการปรับใช้ทีมมาร์แชล ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนพี่น้องนักวิ่งชาวไทย ลงมาร่วมวิ่งธงไตรรงค์ในระยะทางที่เหลือสลับกับใช้ขบวนรถแห่ ก่อนเคลื่อนมาถึงจุดหมาย ที่สนามกีฬากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ (สนามกีฬาหมอนไม้) ซึ่งก็นับเป็นจังหวัดที่ 23 ที่ธงชาติไทยวิ่งผ่าน พร้อมกับสะสมระยะทางไปแล้ว 3,105 กม.

นายวิเชียร อนุสาสนนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เปิดใจว่า นับว่าเป็นเกียรติและเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมากๆ ที่ จ.แพร่ ได้เป็น 1 ใน 35 จังหวัด ที่ขบวนธงชาติไทยวิ่งผ่านเพื่อประชาสัมพันธ์บอกให้คนไทยได้รับรู้ว่ามหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์กำลังจะเริ่มขึ้น รวมถึงยังเป็นการรวบรวมและส่งกำลังใจให้นักกีฬาทีมชาติไทย ซึ่งตนในนามของประชาชนชาวแพร่ ก็ขอส่งกำลังใจให้ตัวแทนนักกีฬาไทยทุกคนที่ร่วมแข่งขัน ขอให้ประสบความสำเร็จและได้รับชัยชนะกลับมา
ด้าน “พล” สมพล พรหมแก้ว หนึ่งในมาร์แชลที่ร่วมวิ่งในวันที่ 41 แทนพี่น้องชาวไทย กล่าวว่า เป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของตนอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทำหน้าที่วิ่งธงชาติไทย เพราะไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะมีโอกาสแบบนี้อีกหรือไม่ ยอมรับว่าเสียดายแทนพี่น้องคนไทยหลายๆ พื้นที่ที่พลาดกิจกรรมเหมือนกัน เพราะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
“สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับผม คือการได้ถือธงชาติร่วมวิ่งในกิจกรรมนี้ นี่คือความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวผม เพราะผมเองไม่เคยติดทีมชาติมาก่อน ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนโอลิมปิกจะเริ่มขึ้น ผมอยากฝากกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคน ขอให้มุ่งมั่นฝึกซ้อม และแสดงความสามารถออกมาให้เต็มที่ เพื่อคว้าชัยชนะ และความภาคภูมิใจกลับมาฝากแฟนกีฬาและประเทศไทย
ขณะที่ “บีช” จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักกีฬาจักรยาน ชุดสู้ศึกโตเกียวเกมส์ ซึ่งร่วมโฟนอินเข้ามาพูดคุยระหว่างการไลฟ์สดวันที่ 41 เปิดใจว่า โอลิมปิกครั้งนี้ ตนมองว่ายากกว่าครั้งก่อนๆ ที่กว่าจะควอลิฟายผ่านเข้ามาได้ ดีใจมากๆ ที่อย่างน้อยก็สามารถผ่านการคัดเลือกเข้าไปรอบสุดท้ายได้ 2 ครั้งที่ผ่านมา ยอมรับว่าเจอปัญหาและอุปสรรคพอสมควรในการแข่งขัน ซึ่งครั้งนี้ตนก็อยากจะแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดจากครั้งก่อนๆ และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
“ขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจจากประชาชนชาวไทย ที่ออกมาส่งกำลังใจผ่านการวิ่งธงชาติไทยตลอด 41 วันที่ผ่านมา รวมถึงอีก 20 วันที่เหลือ และกำลังใจในรูปแบบต่างๆ อีกมากมายที่ส่งมาให้ทัพนักกีฬาไทยทุกคน ขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ ไม่ให้พี่น้องคนไทยทุกคนผิดหวัง”
สำหรับกำหนดการ “FLAG OF NATION วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก” ในวันเที่ 8 พฤษภาคม วิ่งต่อเนื่องเป็นวันที่ 42 โดยจะทำการวิ่งจากสนามกีฬากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ (สนามกีฬาหมอนไม้) จ.อุตรดิตถ์ ไปยังสนามกีฬาจังหวัดพิษณุโลก ระยะทางรวม 105.5 กม. โดยแฟนกีฬาทุกท่านสามารถรับชม พร้อมทั้งร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมนักวิ่งและนักกีฬาไทยได้ที่เฟซบุ๊ค Road to Tokyo 2020 ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น
ด้านกิจกรรม “FLAG of Nation Virtual Run” วิ่งเสมือนจริง จากสถานที่ไหน เวลาใดก็ได้ อีกหนึ่งกิจกรรมส่งต่อกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยในโอลิมปิก ซึ่งจัดคู่ขนานกับการวิ่งผลัดธงชาติไทย และมีเป้าหมายสะสมระยะทางให้ครบ 1 ล้าน กม. กระแสยังแรง ล่าสุดพี่น้องชาวไทยจากทางบ้าน ช่วยกันวิ่งเก็บระยะทางเพิ่มเป็น 794,525 กม.แล้ว
ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังใจครั้งประวัติศาสตร์ให้นักกีฬาทีมชาติไทยได้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 8 สิงหาคม ที่ https://bit.ly/webcheckraceOlympic2020 โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับเสื้อพร้อมเหรียญที่ระลึกเป็นของรางวัล ขณะเดียวกันในทุกๆการวิ่ง 1 กม.จะสมทบทุน 1 บาท สนับสนุนนักกีฬาทีมชาติไทยในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ด้วย


