พิษโควิด! 2ลูกเด้งสาวไทย ชะงักแผนเก็บตัวฟิตญี่ปุ่น เตรียมลุยโอลิมปิก

10.05.21 | 15:05 น.

พิษโควิด! 2ลูกเด้งสาวไทย ชะงักแผนเก็บตัวฟิตญี่ปุ่น เตรียมลุยโอลิมปิก

ตามที่สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย วางแผนงานไว้ให้สองตัวแทนทีมชาติไทยอย่าง “หญิง” สุธาสินี เสวตรบุตร กับ “ทิพย์” อรวรรณ พาระนัง 2 มือตบสาวที่สามารถคว้าสิทธิ์ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนกรกฎาคม เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่เมืองคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ทำสัญญาเอ็มโอยูร่วมสนับสนุนการพัฒนาของสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย โดยจะเป็นการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดีให้แก่ 2 สาวไทยก่อนทำศึกใหญ่อย่างโอลิมปิกเกมส์ แต่ด้วยสถานการณ์เชื้อไวรัสระบาดทำให้ต้องมีการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งนั้น

ล่าสุด นายณัฐวุฒิ เรืองเวส นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย และ “โค้ชกิจ” นายกรกิจ เสริมกิจเสรี หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทเบิลเทนนิสทีมชาติไทย ได้ร่วมประชุมออนไลน์กับทางผู้แทนของทางเมืองคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ที่ดูแลในเรื่องการร่วมสนับสนุนสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย โดย โค้ชกิจเผยว่า การพูดคุยกับทางผู้แทนของเมืองคิตะคิวชูเป็นเรื่องของแผนงานที่คุยกันไว้แต่แรกว่าจะทำการส่งนักกีฬาชุดโอลิมปิกและเยาวชนดาวรุ่งไปเก็บตัวฝึกซ้อม และอยู่ที่ญี่ปุ่นยาวไปเลย เพื่อเตรียมแข่งโอลิมปิกเกมส์ที่นั่น ซึ่งทางคิตะคิวชูก็ได้มีมาตรการรองรับสำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่นักกีฬาที่เข้ามาในประเทศได้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดไว้อยู่แล้ว

แต่ว่ามีเพียงข้อเดียวที่เป็นปัญหานั่นคือทางคิตะคิวชูเขาไม่สามารถจัดหานักกีฬาชาวญี่ปุ่นของเขามาเป็นคู่ซ้อมให้แก่ สุธาสินี กับ อรวรรณ ได้ เพราะเขายังเป็นห่วงเรื่องของการต้องร่วมทำกิจกรรมใกล้ชิดกับคนที่มาจากนอกประเทศอยู่ ซึ่งการได้ฝึกซ้อมร่วมกับนักกีฬาเจ้าถิ่นนั้นถือเป็นเหตุผลหลักที่ทางสมาคมฯ ตั้งใจที่จะส่งสองนักกีฬาไปญี่ปุ่น ก็เพื่อที่จะได้ประลองฝีมือฝึกซ้อมกับคู่แข่งชาวญี่ปุ่นที่เป็นชาติที่มีศักยภาพกีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นระดับเบอร์ต้นของโลก ถือเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ได้มากกว่าการซ้อมกับคู่ซ้อมคนไทยด้วยกันเอง ส่วนเรื่องต่างๆ อย่างอื่นทางคิตะคิวชูเขาไม่ได้ติดปัญหาอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พัก หรือโรงแรม เขาพร้อมที่จะช่วยซับพอร์ตร่วมกับทางสมาคมฯ ได้ทันที

“ในประเด็นนี้ทางสมาคมฯ จึงมองว่าหากนักกีฬาไทยไปแล้วไม่ได้ฝึกซ้อมกับนักกีฬาญี่ปุ่นก็อาจจะต้องหยุดชะงักการดำเนินเรื่องที่จะเดินทางไปไว้ก่อน และรอดูสถานการณ์ของทางญี่ปุ่นอีกที ซึ่งทางเมืองคิตะคิวชูได้แจ้งว่าในช่วงเดือนมิถุนายนจะแจ้งกลับมาให้ทางสมาคมฯ ทราบอีกครั้งว่าสถานการณ์ของที่นั่นเป็นอย่างไรและพร้อมที่จะปล่อยให้นักกีฬาของเขาซ้อมกับนักกีฬาไทยหรือยัง ตอนนี้ทางสมาคมฯ จึงได้เตรียมการที่จะให้เหล่านักกีฬาทีมชาติและเยาวชนทีมชาติต่างแยกย้ายฝึกซ้อมของตนเองไปก่อน” โค้ชกิจ กล่าว

Advertisement