‘โค้ชหรั่ง’แนะ’ช้างศึก’เล่นเคาเตอร์เพรสซิ่งสู้ระดับเอเชีย ‘เดอะตุ๊ก’รับเจอโจทย์ยากไปบอลโลก

ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่สอง หลังจากเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน แพ้ “ซามูไรบลู” ทีมชาติญี่ปุ่น 0-2 เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา โดยโปรแกรมนัดต่อไปจะบุกเยือน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) วันที่ 6 ตุลาคม และบุกเยือน อิรัก ที่สนามกลางประเทศอิหร่าน วันที่ 11 ตุลาคมนั้น

“โค้ชหรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่ามาตรฐานเราสู้ญี่ปุ่นไม่ได้ และถือว่านักเตะไทยเล่นผิดฟอร์ม ส่วนตัวมองว่าเป็นเพราะเรากลัวเขาเยอะไป เกมรุกที่ทำได้ดีบางช่วงในเกมกลับทำไม่ได้เลย เนื่องจากญี่ปุ่นเขาเล่มเกมเพรสซิ่งสูงตั้งแต่นาทีแรก ทำให้เราครองบอล และรับ-ส่งบอลไม่ถนัด จนขาดความมั่นใจ ทำให้เกมเข้าทางเขาหมด การเจอเกมเพรสซิ่งเช่นนี้เป็นสิ่งเราต้องเจอในระดับเอเชีย เพราะในไทยลีกมีเกมเพรสซิ่งน้อยมาก ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องปรับแก้ไข และพัฒนาต่อไป โดยจะต้องมีการประชุมสโมสรสมาชิก ประธานฝ่ายเทคนิค และสต๊าฟโค้ช มาระดมกันวางแผนทางการรับมือเกมเพรสซิ่ง สำหรับการแก้เกมเพรสซิ่งสูงก็คือจะต้องเล่นเกมเคาเตอร์เพรสซิ่งกลับ โดยจะเป็นลักษณะบีบแคบเพื่อไล่บอลสูง และขยายกว้างในจังหวะครองบอล

ดร.ชาญวิทย์กล่าวว่า ในเกมคัดฟุตบอลโลกที่เหลือนักเตะไทยต้องกล้าเล่นเกมรุกมากขึ้น และจะต้องมีความมั่นใจ สำหรับอีก 8 นัดที่เหลือถือว่าเหนื่อยมาก แต่ก็ยังไม่หมดหวัง แมตช์ต่อไปการบุกเยือนยูเออี กับอิรัก 2 แมตช์ภายใน 1 สัปดาห์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย การเตรียมทีมก็ควรไปเก็บตัวในแถบตะวันออกกลางเช่นเดิม เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพท้องถิ่น โดย 2 แมตช์นี้ถือว่าเป็นแมตช์ชี้ชะตาว่าทีมชาติไทยจะยังเหลือโอกาสไปฟุตบอลโลกหรือไม่ ถ้า 2 นัดนี้ไม่มีแต้มก็จบกัน เพราะในรอบนี้มีแต่ทีมแข็งแกร่ง และไม่มีปาฏิหารย์แน่นอน ส่วนตัวแล้วยังหวังว่าทีมไทยจะมีลุ้นใน 2 แมตช์หน้า และตั้งเป้าว่าหากเราเก็บแต้มได้จากยูเออี และอิรัก ไป-กลับรวม 12 แต้มก็ยังมีลุ้นเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม เพื่อลุ้นไปเพลย์ออฟต่อไป

ด้าน “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตศูนย์หน้าเพชฌฆาตหน้าหยกทีมชาติไทย กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าแท็คติคของญี่ปุ่นทำได้อย่างดีมาก จริงๆ แล้วไทยไม่ได้อยากจะเน้นตั้งรับเท่าไหร่ แต่เป็นญี่ปุ่นที่สามารถกดเกมรุกของไทยได้อยู่หมัด อย่างที่เห็นคือญี่ปุ่นนั้นเปิดเกมรุกมาเป็นแผง มีตัวสอดขึ้นมาทำประตูได้ตลอดทั้งเกมต่างจากไทย ขณะที่ในจังหวะโต้กลับนั้นก็พยายามเลี้ยงมากเกินไป จนเสียจังหวะในเกมรุก

“แม้ว่าระยะหลังทีมไทยจะพัฒนาขึ้นมา แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลามากกว่านี้ วิธีคิด การเผชิญหน้า 1-1 จะเห็นได้ว่าไม่สามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้เลย เหลี่ยมฟุตบอล วิธีการเอาชนะต่างๆ เป็นญี่ปุ่นที่ทำได้เหนือกว่าทีมไทย”

สำหรับโอกาสการไปฟุตบอลโลกนั้น “เดอะ ตุ๊ก” กล่าวว่า ยังไม่หมดเสียทีเดียว เพียงแต่โจทย์มันยากขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง สองเกมต่อไปที่จะต้องบุกไปเยือนทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิรัก จะต้องมีแต้มกลับมาอย่างน้อยสามแต้มให้ได้ ถ้าหากมีเพียงแต้มเดียวหรือไม่มีแต้มกลับมาก็เท่ากับว่าปิดประตูสู่ฟุตบอลโลกของไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สปก.เผยยอดคัดค้านยึดที่สปก.กว่า1.5หมื่นรายรวม403แปลง
บทความถัดไป‘มีชัย’ได้รับร่าง กม.พรรคการเมืองแล้ว ขอฟังความเห็นรอบด้านก่อนยกร่างฯ