พรีวิว ยูโร 2020 : ‘ตราไก่’ เหนือกว่า ‘ฮังการี’ เยอะ พร้อมถล่มเพื่อเข้ารอบ
“ตราไก่” ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2018 เตรียมพบกับ “มักยาร์” ฮังการี ในศึกยูโร 2020 รอบแรก กลุ่มเอฟ นัดที่ 2 ที่ ที่ปุสกัส อารีน่า กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี คืนวันที่ 19 มิถุนายน เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางเอ็นบีที เอชดี2
ฝรั่งเศสเก็บชัยชนะในนัดแรกเหนืออินทรีเหล็กมา ทำให้มีโอกาสดีที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ถ้าหากเก็บชัยชนะในนัดนี้ได้ก็จะการันตีการเข้ารอบต่อไปทันที ในขณะที่ฮังการี พ่ายแพ้ให้โปรตุเกสมา 0-3 ในเกมแรก ต้องบอกว่าโอกาสในการเข้ารอบต่อไปยากมาก เพราะต้องมีอย่างน้อย 1 คะแนนกับฝรั่งเศส เพื่อจะไปลุ้นนัดสุดท้ายกับเยอรมนีต่อไป
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ฮังการี
แพ้ โปรตุเกส 0-3 (ยูโร 2020)
ชนะ ไอร์แลนด์ (เหย้า) 0-0 (อุ่นเครื่อง)
ชนะ ไซปรัส (เหย้า) 1-0 (อุ่นเครื่อง)
ชนะ อันดอร์ร่า (เยือน) 4-1 (ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก)
ชนะ ซาน มาริโน่ (เยือน) 2-0 (ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก)
ฝรั่งเศส
ชนะ เยอรมนี 1-0 (ยูโร 2020)
ชนะ บัลแกเรีย (เหย้า) 3-0 (อุ่นเครื่อง)
ชนะ เวลส์ (เหย้า) 3-0 (อุ่นเครื่อง)
ชนะ บอสเนียฯ (เยือน) 1-0 (ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก)
ชนะ คาซักสถาน (เยือน) 2-0 (ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก)
สถิติการพบกัน
สถิติการเจอกันของสองทีมนี้ เจอกันทั้งหมด 22 ครั้ง ฝรั่งเศสชนะเพียง 8 หน ฮังการี ชนะ 12 และเสมอกันไป 2 ครั้ง โดยเฉพาะเมื่อนับเฉพาะการแข่งขันในฟุตบอลยุโรป เจอกันมา 4 หน ฮังการีเอาชนะไปได้ถึง 3 และเสมอกันไป 1 ครั้ง อย่างไรก็ตามทั้งหมดนั้นเกิดก่อนปี 1972 และ 4 ครั้งหลังสุดที่เจอกัน ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายชนะได้ทั้งหมด
สภาพทีม
ความพร้อมของฮังการี จะได้โรลันด์ ซัลไล ศูนย์หน้าจากไฟร์บวร์ก ที่ผ่านความฟิตลงเล่นเกมแรกได้จะได้เป็นตัวจริงร่วมกับ อดัม ซาไล ดาวยิงจอมเก๋าต่อไป ในขณะที่แดนกลางจะมีการปรับทัพเล็กน้อย ให้ โลอิช เนโก้ ลงมาเล่นร่วมกับ ลาสซโล ไคลน์ไฮสเลอร์ และอดัม นากี้
ด้านฝรั่งเศส ไม่มีความจำเป็นต้องปรับทัพอะไร พร้อมส่ง 11 ผู้เล่นชุดเดิมลงเล่นอีกครั้ง แม้จะน่าเป็นห่วงเรื่องความฟิตเพราะเกมกับเยอรมนีใช้สำรองไปแค่ 2 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตามถ้าเก็บชัยชนะเกมนี้ได้ ก็จะสามารถพักตัวผู้เล่นในเกมสุดท้ายกับโปรตุเกสได้ ดังนั้นน่าจะจัดเต็มทั้ง อองตวน กรีซมันน์, คีเลียน เอ็มบัปเป้ และคาริม เบนเซม่า ลงทำประตู
11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
ฮังการี : เตอร์ กูลาชชี่, เอนเดร บ็อตก้า, วิลลี่ ออร์บาน, อัตติล่า ซาไล, แกร์โก้ ลอฟเรนซ์ชิชส์, โลอิช เนโก้, อดัม นากี้, ลาสซโล ไคลน์ไฮสเลอร์, อัตติล่า ฟิโอล่า, โรลันด์ ซัลไล, อดัม ซาไล
ฝรั่งเศส : อูโก้ โยริส, บ็องฌาแม็ง ปาวาร์, เปรสเนล คิมเปมเบ้, ราฟาเอล วาราน, ลูก้าส์ เอร์น็องเดซ, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ปอล ป๊อกบา, อาเดรียง ราบิโอต์, อองตวน กรีซมันน์, คีเลียน เอ็มบัปเป้, คาริม เบนเซม่า
สรุป
นาทีนี้ต้องบอกว่าฝรั่งเศสนั้นเหนือกว่าทางฮังการีค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชื่อชั้นนักเตะ หรือความสามารถต่างๆ คือเป็นเรื่องยากมากๆ ที่ทางฝั่งฮังการีจะพลิกมาชนะได้
จุดแข็งเดียวคือเรื่องของแฟนบอลที่เข้ามาเชียร์ได้แบบเต็มสนามของฮังการี นั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขายันโปรตุเกสได้จนถึงช่วงท้ายเกม แต่ว่าด้วยทีมเวิร์ค และความรวดเร็วในการโจมตีของฝรั่งเศส ไม่น่าจะใช้เวลานานเหมือนกับโปรตุเกสในการเจาะเข้าทำ และน่าจะชนะไปแบบไม่ยากลำบากนัก

