ดวลกันมันหยด! อินทรีเหล็กเชือดแชมป์เก่า โปรตุเกส 4-2
ศึกฟุตบอลยูโร 2020 กลุ่มเอฟ ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี วันที่ 19 มิถุนายน “แชมป์เก่า” โปรตุเกส พ่ายให้เจ้าถิ่น “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี 2-4
เยอรมนี เจ้าถิ่น ใช้ระบบ 3-4-3 ผู้เล่น 11 ตัวจริง ประกอบด้วย : มานูเอล นอยเออร์, มัทเธียส กินเทอร์, มัตส์ ฮุมเมลส์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, โยชัว คิมมิช, อิลคาย กุนโดกัน, โทนี่ โครส, โรบิน โกเซนส์, ไค ฮาเวิร์ตซ์, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี้
ขณะที่โปรตุเกสเล่นระบบ 4-3-3 ผู้เล่น 11 คนแรก ได้แก่ : รุย ปาตริซิโอ้, ราฟาเอล เกร์เรโร่, เปเป้, รูเบน ดิอาส, เนลสัน เซเมโด้, บรูโน่ แฟร์นันเดส, วิลเลียม คาร์วัลโญ่, ดานิโล่, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ดิโอโก้ โชต้า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ทั้งนี้ ในการแข่งขันนัดแรก โปรตุเกสถล่มฮังการีมา 3-0 ขณะที่เยอรมนีพ่ายฝรั่งเศส 0-1
เริ่มเกมได้แค่เพียง 5 นาที เยอรมนีก็ทำเกมรุกได้อย่างน่ากลัว สามารถส่งบอลไปตุงตาข่าย จากจังหวะที่โธมัส มุลเลอร์ เปิดบอลจากฝั่งขวา และโรบิน โกเซนส์ ซัดจากเสาไกลเข้าไป แต่แซร์จ กนาบรี้ ซึ่งพยายามเล่นบอลในจังหวะก่อนหน้านั้นยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จึงไม่เป็นประตู
หลังจากนั้น อินทรีเหล็กยังคงทำเกมบุกหวังทำประตู เพราะต้องการชัยชนะเพื่อ 3 แต้มสำคัญ
นาที 9 ไค ฮาเวิร์ตซ์ ซัดลูกเรียดไปตรงกรอบ แต่รุย ปราตริซิโอ้ นายทวารโปรตุเกสล้มตัวรับเอาไว้ได้

นาที 15 โปรตุเกสได้ประตูขึ้นนำจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีม จากจังหวะสวนกลับเร็วจากแดนตัวเอง แบร์นาร์โด้ ซิลวา เปิดบอลยาวข้ามฝั่งให้ดิโอโก้ โชต้า ในกรอบเขตโทษ โชต้าพักอก ก่อนส่งต่อให้โรนัลโด้เข้าชาร์จตุงตาข่าย
เป็นประตูที่ 3 ของโรนัลโด้ในทัวร์นาเมนต์นี้ และเป็นประตูที่ 107 ในการรับใช้ชาติของโรนัลโด้ ขาดอีก 2 ลูก จะเท่ากับสถิติสูงสุดตลอดกาลของอาลี ดาอี อดีตกองหน้าทีมชาติอิหร่าน
นาที 18 โรบิน โกเซนส์ พยายามยิงไกลจากฝั่งซ้าย หวังตีเสมอให้อินทรีเหล็ก แต่ยังไม่ผ่านรุย ปาตริซิโอ้
นาที 25 แซร์จ กนาบรี้ พยายามเปิดบอลเข้ากลาง แต่ไม่มีเพื่อนร่วมทีมเข้าชาร์จ ลูกหลุดออกหลังไป
แม้เยอรมนีจะพยายามโหมบุกหนักเพื่อตีเสมอ แต่รุย ปาตริซิโอ้ และกองหลังโปรตุเกสยังไม่พลาด

นาที 35 ความพยายามของอินทรีเหล็กเป็นผลในที่สุด โกเซนส์รับบอลทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ตวัดเข้ากลางให้ไค ฮาเวิร์ตซ์ ซึ่งวิ่งแข่งมากับรูเบน ดิอาส สุดท้ายบอลชนดิอาสเข้าประตูตัวเอง สองทีมเสมอกัน 1-1
หลังจากนั้นอีก 3 นาที อินทรีเหล็กแซงนำ 2-1 ได้สำเร็จ จากการต่อบอลอย่างเป็นระบบ ก่อนที่จังหวะสุดท้าย โยชัว คิมมิช จะหักบอลกลับเข้ามาจากเส้นหลัง ราฟาเอล เกร์เรโร่ สกัดบอลเข้าไป
เมื่อโดนนำ แนวรับของโปรตุเกสเริ่มรวน ขณะที่เยอรมนีก็พยายามโหมบุกหนัก ขณะที่แชมป์เก่าก็พยายามอาศัยจังหวะสวนกลับ
สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เยอรมนีนำ 2-1

ครึ่งหลังเริ่มต้นได้เพียง 6 นาที เยอรมนีหนีไปเป็น 3-1 จากจังหวะที่โธมัส มุลเลอร์ แทงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ โกเซนส์ปาดบอลเข้ากลาง ฮาเวิร์ตซ์ชาร์จเข้าไปไม่พลาด
นาที 54 โปรตุเกสได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ โรนัลโด้ซัดข้ามคาน
นาที 60 เยอรมนีนำห่างเป็น 4-1 เมื่อโยชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวาให้โกเซนส์ขึ้นโหม่งแบบไม่มีตัวประกบเข้าไป

นาที 67 โปรตุเกสแก้ประตูคืนได้สำเร็จ จากจังหวะฟรีคิก บอลทำท่าจะหลุดออกหลัง แต่โรนัลโด้ยังกระโดดล้วงบอลกลับมาให้ดิโอโก้ โชต้า ชาร์จระยะเผาขนเข้าไป แชมป์เก่าไล่มา 2-4
หลังจากนั้น อินทรีเหล็กหันมาเน้นการครองบอล ลดสปีดเกม ขณะที่โปรตุเกสพยายามหาจังหวะบุกมากขึ้นหวังแก้ประตูคืน
นาที 78 โปรตุเกสได้จังหวะลุ้นประตูจากลูกยิงไกล 25 หลาของเรนาโต้ ซานเชส บอลชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาที 81 เลออน กอเร็ตซ์ก้า ตัวสำรอง ลากบอลไปเดี่ยวๆ ก่อนลักไก่ซัดไกลจากรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว
นาที 88 เนลสัน เซเมโด้ ของโปรตุเกส พยายามเปิดบอลให้โรนัลโด้ ในกรอบเขตโทษ แต่นิคลาส ซูเล่ เข้าไปขวางได้ทัน
ท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมเยอรมนีชนะโปรตุเกสสุดมัน 4-2
ผลจากนัดนี้ทำให้ทั้ง 2 ทีมมี 3 คะแนนเท่ากัน แต่อินทรีเหล็กเป็นอันดับ 2 โปรตุเกส อันดับ 3 เนื่องจากสถิติเฮดทูเฮดดีกว่า ส่วนจ่าฝูงเป็นฝรั่งเศส มี 4 คะแนน และฮังการีมี 1 คะแนนในอันดับสุดท้าย
นัดสุดท้ายของกลุ่ม เยอรมนีจะพบกับฮังการี ส่วนโปรตุเกสเจอกับฝรั่งเศส

