ดวลกันมันหยด! อินทรีเหล็กเชือดแชมป์เก่า โปรตุเกส 4-2

20.06.21 | 00:58 น.
REUTERS/Matthias Schrader

ดวลกันมันหยด! อินทรีเหล็กเชือดแชมป์เก่า โปรตุเกส 4-2

ศึกฟุตบอลยูโร 2020 กลุ่มเอฟ ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี วันที่ 19 มิถุนายน “แชมป์เก่า” โปรตุเกส พ่ายให้เจ้าถิ่น “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี 2-4

เยอรมนี เจ้าถิ่น ใช้ระบบ 3-4-3 ผู้เล่น 11 ตัวจริง ประกอบด้วย : มานูเอล นอยเออร์, มัทเธียส กินเทอร์, มัตส์ ฮุมเมลส์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, โยชัว คิมมิช, อิลคาย กุนโดกัน, โทนี่ โครส, โรบิน โกเซนส์, ไค ฮาเวิร์ตซ์, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี้

ขณะที่โปรตุเกสเล่นระบบ 4-3-3 ผู้เล่น 11 คนแรก ได้แก่ : รุย ปาตริซิโอ้, ราฟาเอล เกร์เรโร่, เปเป้, รูเบน ดิอาส, เนลสัน เซเมโด้, บรูโน่ แฟร์นันเดส, วิลเลียม คาร์วัลโญ่, ดานิโล่, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ดิโอโก้ โชต้า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ทั้งนี้ ในการแข่งขันนัดแรก โปรตุเกสถล่มฮังการีมา 3-0 ขณะที่เยอรมนีพ่ายฝรั่งเศส 0-1

เริ่มเกมได้แค่เพียง 5 นาที เยอรมนีก็ทำเกมรุกได้อย่างน่ากลัว สามารถส่งบอลไปตุงตาข่าย จากจังหวะที่โธมัส มุลเลอร์ เปิดบอลจากฝั่งขวา และโรบิน โกเซนส์ ซัดจากเสาไกลเข้าไป แต่แซร์จ กนาบรี้ ซึ่งพยายามเล่นบอลในจังหวะก่อนหน้านั้นยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จึงไม่เป็นประตู

Advertisement

หลังจากนั้น อินทรีเหล็กยังคงทำเกมบุกหวังทำประตู เพราะต้องการชัยชนะเพื่อ 3 แต้มสำคัญ

นาที 9 ไค ฮาเวิร์ตซ์ ซัดลูกเรียดไปตรงกรอบ แต่รุย ปราตริซิโอ้ นายทวารโปรตุเกสล้มตัวรับเอาไว้ได้

(Photo by PHILIPP GUELLAND / POOL / AFP)

นาที 15 โปรตุเกสได้ประตูขึ้นนำจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีม จากจังหวะสวนกลับเร็วจากแดนตัวเอง แบร์นาร์โด้ ซิลวา เปิดบอลยาวข้ามฝั่งให้ดิโอโก้ โชต้า ในกรอบเขตโทษ โชต้าพักอก ก่อนส่งต่อให้โรนัลโด้เข้าชาร์จตุงตาข่าย

เป็นประตูที่ 3 ของโรนัลโด้ในทัวร์นาเมนต์นี้ และเป็นประตูที่ 107 ในการรับใช้ชาติของโรนัลโด้ ขาดอีก 2 ลูก จะเท่ากับสถิติสูงสุดตลอดกาลของอาลี ดาอี อดีตกองหน้าทีมชาติอิหร่าน

นาที 18 โรบิน โกเซนส์ พยายามยิงไกลจากฝั่งซ้าย หวังตีเสมอให้อินทรีเหล็ก แต่ยังไม่ผ่านรุย ปาตริซิโอ้

นาที 25 แซร์จ กนาบรี้ พยายามเปิดบอลเข้ากลาง แต่ไม่มีเพื่อนร่วมทีมเข้าชาร์จ ลูกหลุดออกหลังไป

แม้เยอรมนีจะพยายามโหมบุกหนักเพื่อตีเสมอ แต่รุย ปาตริซิโอ้ และกองหลังโปรตุเกสยังไม่พลาด

(AP Photo/Matthias Schrader, Pool)

นาที 35 ความพยายามของอินทรีเหล็กเป็นผลในที่สุด โกเซนส์รับบอลทางกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ตวัดเข้ากลางให้ไค ฮาเวิร์ตซ์ ซึ่งวิ่งแข่งมากับรูเบน ดิอาส สุดท้ายบอลชนดิอาสเข้าประตูตัวเอง สองทีมเสมอกัน 1-1

หลังจากนั้นอีก 3 นาที อินทรีเหล็กแซงนำ 2-1 ได้สำเร็จ จากการต่อบอลอย่างเป็นระบบ ก่อนที่จังหวะสุดท้าย โยชัว คิมมิช จะหักบอลกลับเข้ามาจากเส้นหลัง ราฟาเอล เกร์เรโร่ สกัดบอลเข้าไป

เมื่อโดนนำ แนวรับของโปรตุเกสเริ่มรวน ขณะที่เยอรมนีก็พยายามโหมบุกหนัก ขณะที่แชมป์เก่าก็พยายามอาศัยจังหวะสวนกลับ

สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เยอรมนีนำ 2-1

(Photo by PHILIPP GUELLAND / POOL / AFP)

ครึ่งหลังเริ่มต้นได้เพียง 6 นาที เยอรมนีหนีไปเป็น 3-1 จากจังหวะที่โธมัส มุลเลอร์ แทงบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ โกเซนส์ปาดบอลเข้ากลาง ฮาเวิร์ตซ์ชาร์จเข้าไปไม่พลาด

นาที 54 โปรตุเกสได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ โรนัลโด้ซัดข้ามคาน

นาที 60 เยอรมนีนำห่างเป็น 4-1 เมื่อโยชัว คิมมิช เปิดบอลจากฝั่งขวาให้โกเซนส์ขึ้นโหม่งแบบไม่มีตัวประกบเข้าไป

REUTERS/Matthias Hangst

นาที 67 โปรตุเกสแก้ประตูคืนได้สำเร็จ จากจังหวะฟรีคิก บอลทำท่าจะหลุดออกหลัง แต่โรนัลโด้ยังกระโดดล้วงบอลกลับมาให้ดิโอโก้ โชต้า ชาร์จระยะเผาขนเข้าไป แชมป์เก่าไล่มา 2-4

หลังจากนั้น อินทรีเหล็กหันมาเน้นการครองบอล ลดสปีดเกม ขณะที่โปรตุเกสพยายามหาจังหวะบุกมากขึ้นหวังแก้ประตูคืน

นาที 78 โปรตุเกสได้จังหวะลุ้นประตูจากลูกยิงไกล 25 หลาของเรนาโต้ ซานเชส บอลชนเสาอย่างน่าเสียดาย

REUTERS/Matthias Schrader

นาที 81 เลออน กอเร็ตซ์ก้า ตัวสำรอง ลากบอลไปเดี่ยวๆ ก่อนลักไก่ซัดไกลจากรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว

นาที 88 เนลสัน เซเมโด้ ของโปรตุเกส พยายามเปิดบอลให้โรนัลโด้ ในกรอบเขตโทษ แต่นิคลาส ซูเล่ เข้าไปขวางได้ทัน

ท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่ม จบเกมเยอรมนีชนะโปรตุเกสสุดมัน 4-2

ผลจากนัดนี้ทำให้ทั้ง 2 ทีมมี 3 คะแนนเท่ากัน แต่อินทรีเหล็กเป็นอันดับ 2 โปรตุเกส อันดับ 3 เนื่องจากสถิติเฮดทูเฮดดีกว่า ส่วนจ่าฝูงเป็นฝรั่งเศส มี 4 คะแนน และฮังการีมี 1 คะแนนในอันดับสุดท้าย

นัดสุดท้ายของกลุ่ม เยอรมนีจะพบกับฮังการี ส่วนโปรตุเกสเจอกับฝรั่งเศส