‘อาร์โต้’ สุทธิพงศ์ สมิตชาติ กว่า 3 ทศวรรษผลักดันมอเตอร์สปอร์ตไทยไปไกลในวงการรถแข่งโลก

กว่า 3 ทศวรรษของ ‘อาร์โต้’ สุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผลักดันมอเตอร์สปอร์ตไทยไปไกลในวงการรถแข่งโลก

โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีม ไทยแลนด์ กลายเป็นทีมรถแข่งของไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในรายการระดับนานาชาติ ล่าสุดเพิ่งไปคว้าแชมป์อันดับที่ 1 และ 3 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในการแข่งขันมาราธอนทางเรียบ 24 ชม. สุดโหดระดับตำนาน “49th ADAC Total 24h-Race Nürburgring 2021” ที่สนามนูเบอร์กริง ประเทศเยอรมนี กลับมาได้ ด้วยการนำทีมของ “อาร์โต้” สุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง

กว่าที่โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีม ไทยแลนด์ จะเดินทางมาถึงจุดนี้ ต้องบอกว่าอาโต้เป็นผู้ทำคลอดและฟูมฟักมาด้วยประสบการณ์และความทุ่มเทอย่างมาก เพราะชายหนุ่มที่มีความหลงใหลในเครื่องยนต์ และชื่นชอบความเร็วมากว่า 3 ทศวรรษ จริงจังกับเรื่องความเร็วมาก เรียกได้ว่าทะลุปรุโปร่งทั้งเรื่องเครื่องยนต์ เทคนิคการขับ งานบริหาร รวมทั้งการปลุกใจลูกทีม

“ตอนที่ผมไปเรียนปริญญาตรี สถาปัตยกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยนิฮอน ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความที่ชื่นชอบรถยนต์จึงใช้เงินที่เตรียมไว้สำหรับเป็นค่าเช่าบ้านไปซื้อรถโตโยต้า โคโรลล่า เลวิน รถสปอร์ตยอดฮิตในยุคนั้น และได้เข้าร่วมชมรมแข่งรถของมหาวิทยาลัย กิจกรรมในทุกเสาร์-อาทิตย์ คือการตระเวนขับไปพื้นที่ต่างๆ เพื่อหาสนามแข่งรถ หลังจากที่คว้าชัยชนะจากสนามโยโกฮาม่า ก็เริ่มติดอันดับท็อป รางวัลที่ได้รับก็มักจะเป็นบัตรของขวัญที่สามารถนำไปใช้ในการแต่งรถได้ จนเจ้าของอู่ประจำในความสามารถจึงชวนเข้าร่วมเป็นนักแข่งในทีม และเริ่มแข่งรถอย่างจริงจังขึ้นเรื่อยๆ จนเรียนจบ” อาร์โต้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่เส้นทางมอเตอร์สปอร์ต

ถึงแม้จะเข้าทำงานด้านสถาปัตย์กับบริษัทแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น แต่ก็ไม่เคยทิ้งเรื่องการแข่งรถ และใช้เวลาอยู่กับทีมตลอด จนในที่สุดตัดสินใจลาออกจากงานไปอยู่ทีมแข่งรถอย่างเต็มตัว เมื่อมีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักแข่ง แม้จะทำให้ห่างหายจากธุรกิจที่ได้ร่ำเรียนมา แต่กลับเป็น “โอกาสใหม่” ให้ได้ไปใกล้ชิดกับทีมทีอาร์ดี (TRD) ญี่ปุ่น ได้คลุกคลีกับทีมงาน อุปกรณ์ อะไหล่ และได้รู้จักมักคุ้นกับผู้ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ

ในปี 2529 ประเทศมีการสร้างสนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.ชลบุรี อาร์โต้ได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ให้กลับมาสร้างทีมแข่งรถที่เมืองไทย ก่อตั้ง ทีอาร์ดี ไทยแลนด์ และร่วมมือกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ก่อตั้งทีมและเซ็นสัญญาภายใต้ชื่อ โตโยต้า ทีมไทยแลนด์ (Toyota Team Thailand) ยาวนานกว่า 30 ปี ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นชื่อ โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์ (Toyota Gazoo Racing Team Thailand) ตามนโยบายของโตโยต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ในปี 2560 เป็นต้นมา

“ผมได้รับการสนับสนุนให้ตั้งทีมเพื่อลงแข่งขันในนามโตโยต้า ทีมไทยแลนด์ ในการแข่งขันไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ เป็นครั้งแรกที่สนามพีระเซอร์กิตฯ ซึ่งเป็นสนามแข่งรถมาตรฐานแห่งแรกในประเทศไทย และครั้งนั้นทีมก็สามารถคว้าชัยชนะเป็นแชมป์คนแรกของประเทศได้อีกด้วย จึงเดินหน้าพัฒนาทีมและเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างๆ มาโดยตลอด ด้วยประสบการณ์บวกกับความสามารถและประสิทธิภาพในการบริหารทีมแข่งรถชั้นนำ ทำให้ในปี 2541 ผมได้รับโอกาสเป็นผู้จัดการแข่งขันโตโยต้า วันเมคเรซ รายการ โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบวันเมคเรซใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”

หลังจากได้เข้ามาทำงานในการสร้างทีมอย่างเต็มตัว การมองไกลไปถึงอนาคตของวงการมอเตอร์สปอร์ตก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต่อยอดความสำเร็จสู่โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีม ไทยแลนด์ มาจนถึงตอนนี้ เพราะ สุทธิพงศ์ได้ก่อตั้ง โตโยต้า เรซซิ่ง สคูล หรือ โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง อคาเดมี จัดหลักสูตรอบรมขับขี่ปลอดภัยและเพิ่มเทคนิคการขับขี่โดยนักแข่งรถและผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ให้แก่บุคคลทั่วไป รวมถึงการสร้างและสนับสนุนนักแข่งหน้าใหม่เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย

“เราได้ตั้งอคาเดมีขึ้นมาเพื่อให้นักขับได้มาเรียนรู้เป็นอันดับแรก ทุกคนต้องมีความเข้าใจในทุกเรื่อง และค้นหาตัวเองให้เจอว่าชอบทางด้านไหน อาจจะเป็นการแข่งขันแบบถนน หรือการดริฟท์ ทุกคนต้องได้ลองทั้งหมด เมื่อชัดเจนแล้วก็เดินไปตามสายของตัวเอง แบบนี้จะสร้างนักขับที่มีประสิทธิภาพมากกว่า และตอนนี้ก็มีหลายคนที่พัฒนาและเข้ามาสู่ทีมของเราได้แล้ว”

สำหรับโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีม ไทยแลนด์ จะคัดเอานักซิ่งฝีมือดีจากการแข่งขันโตโยต้า กาซู เรซวิ่ง มอเตอร์สปอร์ต โดยคนที่ประสบความสำเร็จในรุ่นวีออส วันเมคเรซแล้ว ก็จะขยับมาแข่งขันในรุ่นอัลติส วันเมคเรซ ถ้าได้แชมป์ก็จะเข้าสู่ทีมเพื่อเดินหน้าต่อในระดับนานาชาติ

สุทธิพงศ์ได้ผลักดันให้ทีมร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติตั้งแต่ในภูมิภาคเอเชีย เช่น รายการ South East Asia Championship S.E.A, Macau Grandprix ฯลฯ และในปี 2557 กับก้าวแรกที่ผลักดันให้ทีมแข่งรถสัญชาติไทย ทีมแรกและทีมเดียว เข้าร่วมแข่งขันในรายการระดับเวิลด์กรังปรีซ์ในตำนานของวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่าง ADAC 24-Hour Race Nürburgring ซึ่งเป็นรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบ 24 ชั่วโมง ที่ผู้ผลิตรถยนต์จากทั่วโลกใช้ในการพัฒนาและทดสอบรถยนต์ก่อนจะวางขายในตลาด

​โดยในปี 2563 โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์ สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ด้วยการคว้าชัยชนะในอันดับที่ 1 และ 2 ขึ้นโพเดียมในรายการ ADAC Total 24h. Race Nürburgring 2020 ในรุ่น Super Production 3 (SP3) กับรถคันใหม่ Toyota Corolla Altis GR Sport รถหมายเลข 120 ได้อันดับที่ 1 และ รถหมายเลข 119 ได้อันดับได้ที่ 2 ในรุ่น จากรถแข่งที่เข้าร่วมแข่งขันในปีนี้ทั้งหมด 97 คัน

​และล่าสุดในปี พ.ศ. 2564 ยังประสบความสำเร็จสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์สมัยที่ 2 รับถ้วยรางวัลอันดับ 1 และ 3 ในรุ่น SP 3 ด้วยรถยนต์ Toyota Corolla Altis GR Sport ที่สำคัญทางรายการแข่งขันฯ ยังได้มอบรางวัลพิเศษ Ambassador of the Year ให้กับสุทธิพงศ์ นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสนามการแข่งขันระดับโลกแห่งนี้

นอกจากผลงานของทีมที่ดีมากแล้ว อาร์โต้ยังได้รับรางวัลเกียรติยศ “Ambassador of the Year” จาก ADAC 24h Nürburgring Series ในฐานะบุคคลที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเท และมีส่วนร่วมในการผลักดันให้การแข่งขัน 24 ชม. นูร์เบอร์กริง ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศไทย และช่วยยกระดับวงการกีฬามอเตอร์สปอร์ตไทยให้เป็นที่รู้จักในรายการระดับโลก

“ถ้าถามผมว่าการแข่งขันหรือแชมป์ไหนที่ประทับใจที่สุด ผมว่าการได้ถ้วยพระราชทานในการแข่งขันของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ มากที่สุด การได้แขมป์ประเทศไทยที่พีระ เซอร์กิต ก็ประทับใจเช่นกัน รวมทั้งรางวัลเกียรติยศ Ambassador of the Year ที่เพิ่งได้มาก็เป็นหนึ่งในนั้น”

ปัจจุบัน สุทธิพงศ์บริหารทีมและร่วมลงแข่งขันในทุกรายการใหญ่ของประเทศ ทั้ง Thailand Super Series, RAAT Thailand  Endurance Championship, Super Endurance จนถึงวันนี้ รวมเวลากว่า 35 ปีแล้ว ที่ทำงานอย่างหนักด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และสามารถประกาศได้อย่างภาคภูมิว่าเป็นทีมแข่งรถระดับแนวหน้าของประเทศ และยังสร้างชื่อเสียงไปไกลถึงระดับนานาชาติ พิสูจน์ได้จากรางวัลที่ได้รับจากในประเทศและต่างประเทศ อย่าง ADAC 24-Hour Race Nürburgring

เป้าหมายต่อไปในวงการมอเตอ์สปอร์ตของสุทธิพงศ์ คือการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทย และพร้อมที่จะผลักดันให้นักแข่งรุ่นใหม่ได้มีโอกาสลงแข่งขันในระดับนานาชาติมากขึ้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักแข่งชาวไทยบนเวทีระดับโลกต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

“มีคนถามผมว่า จัดแข่งรถยนต์แบบนี้ ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ตอบเลยว่าไม่มีกำหนดตายตัว สำหรับเราการจัดการแข่งขันนั้น ทีอาร์ดีไม่ได้กำไรจากตรงนี้ แต่ถือว่าเราได้สร้างงาน ได้จากธุรกิจอื่น โตโยต้าได้พัฒนารถ ส่วนทีอาร์ดีก็พยายามพัฒนาคนให้ประสานกัน ถ้าไม่ใช่โตโยต้าและเป็นบริษัทอื่นก็คงลำบากเหมือนกัน กับการจัดกิจกรรมการแข่งขันลักษณะนี้ เราภูมิใจที่สามารถสร้างและส่งนักแข่งจากเมืองไทยให้ไปยืนในระดับแถวหน้าได้หลายคนแล้ว”

ถึงแม้จะอยู่ในวัย 65 ปี และประสบความสำเร็จมามากมายแล้ว แต่ไฟในการทำงานและพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตยังเต็มเปี่ยม และการสนับสนุนยังมีอย่างเต็มที่แบบนี้ โอกาสจะได้เห็นโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีม ไทยแลนด์ ไปได้ไกลกว่าที่เราเห็นในทุกวันนี้ มีแน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คำประกาศ ‘พิธา’ ถ้าผมเป็นนายกฯ สิ่งที่จะทำทันที ก่อนคนไทยจะตายมากกว่านี้
บทความถัดไปนพ.เรวัต ฉะดราม่า #ริมน้ำ ทำไมท่านอาจารย์ไม่เสียสละใช้แอสตร้าฯ แทนลูกศิษย์(ครับ)