ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ หวดกันสนุกเร้าใจสมกับเป็น “เอล กลาซิโก้” ของพรีเมียร์ลีกยุคนี้ น่าเสียดายที่ โจเซ่ มูรินโญ่ คงไม่อยากจำ ถ้าย้อนเวลาได้ก็คงต้องกลับไปคิดใหม่ ทำใหม่แน่นอน
มูรินโญ่ ฝ่าฝืน กฎเหล็กของกุนซือด้วยการเปลี่ยนทีมที่กำลังเข้าฝักชนะรวดมา 3 นัด ผลก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียสถิติแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาล โดน แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บุกมาชนะอย่างเจ็บแสบ 2-1
งานนี้ยอดฝีมืออย่าง จ่ามู แพ้ภัยตัวเองที่ คิดมากไป กะเซอร์ไพรส์ส่ง เจสซี่ ลินการ์ด-เฮนริก มาคิตาร์ยาน ลงตัวจริงแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยัล กับ ฆวน มาต้า แต่ทั้งคู่กลับเล่นไม่ออก ประกอบกับทั้งทีมดันหลุดฟอร์ม เล่นไม่เอาไหน ในครึ่งแรก โดนพับสนามบุก โดนยิง 2 ลูก กว่าจะฮึดกลับมาก็สายเกินไปซะแล้ว
เกมนี้ตัดสินใน 45 นาที ซึ่งซิตี้ทำได้ดีกว่ามาก เล่นเกมของตัวเองได้ ใช้ความเร็ว ออกบอลเร็ว เพรสเร็ว จู่โจมจน ปีศาจแดง ไปไม่เป็น ถือว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เตรียมทีมมาเป๊ะกว่า ลงสนามปุ๊ป เปิดสวิตช์ติดเครื่องทันที ขณะที่แมนฯ ยู เจ้าบ้านลงมาแบบเกร็งๆ ซึมๆ โดนยำแทบข้างเดียว ฟอร์มต่างจาก 3 นัดก่อนยังกะคนละทีม
ถ้ามี มาต้า กับ มาร์กซิยัล ปีศาจแดงยังมีตัวเก็บบอล พาบอลไปกับเท้าได้ ซึ่งจะแก้เกมเพรสซิ่งได้ระดับหนึ่ง การดร็อปมาต้าเสียหายนะครับ เพราะนอกจากเลี้ยงตะลุยเก่ง ยังช่วยไล่บอลในเกมรับ ถ้ามีเขาในสนาม แมนฯ ยู จะมีตัวไล่บดกับกลางซิตี้ได้ดีขึ้น อย่างน้อยก็จะดีกว่าที่เห็นในครึ่งแรก
แต่ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ บางทีไอ้ที่คิดว่า ถูก คิดว่า ใช่ ก็กลายเป็น ตรงกันข้าม ซะยังงั้น
มูรินโญ่พลาดแล้ว แพ้ ส่วนเป๊ปเองก็ใช่ว่าจะถูกทุกเรื่อง เพียงแต่เรื่องที่ไม่ถูก มัน ฆ่า เขาไม่ได้เท่านั้นเอง
กุนซือซิตี้เสี่ยงมากที่ส่งประตู เคลาดิโอ บราโว่ ลงตัวจริง ทั้งที่เพิ่งย้ายมาไม่กี่วัน ยังไม่รู้ใจ ไม่รู้จังหวะกับกองหลัง จนพลาดท่าเสียไปหนึ่งประตู จากนั้นก็โดนกดดัน ปั่นป่วน เกือบถูกยิงเพิ่ม เกือบเสียจุดโทษ และโดนไล่ออกในครึ่งหลัง
เป๊ปชอบประตูใช้ เท้าเก่ง เป็นประตูกึ่งสวีปเปอร์ เคลาดิโอ บราโว่ ตอบโจทย์ข้อนี้ได้ แต่สไตล์ของเขาอาจเป็นทั้งจุดเด่น และจุดดับ ที่แน่ๆ คือหลังจากเห็นฟอร์มในนัดล่าสุด รับรองเลยว่า คู่แข่งทุกรายของแมนฯ ซิตี้ ต้องไล่จี้บราโว่ทุกจังหวะที่ได้บอล ไม่มีทางปล่อยให้โชว์สเต็ปเท้าง่ายๆ แน่นอน
เรือใบสีฟ้าชนะรวดมา 4 นัดก็จริง แต่ยังมีเรื่องให้ต้องปรับกันอยู่

