เงือกจอย-ฉลามไวน์พอใจผลงานโอลิมปิกสมัยแรก ตั้งเป้าลุยต่อปารีส 2024
“เงือกจอย” เจนจิรา ศรีสอาด และ “ฉลามไวน์” นวพรรษ วงษ์เจริญ 2 นักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ที่ได้สิทธิไวลด์การ์ดลงแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พอใจผลงานแม้ไม่ผ่านเข้ารอบชิงเหรียญ ตั้งเป้าลุยต่อโอลิมปิกเกมส์ครั้งหน้า ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2024 ขณะที่สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เตรียมผลักดันทั้งคู่ เพื่อความหวังว่ายน้ำไทยในอนาคต
เจนจิรากล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศการแข่งขันว่ายน้ำในโอลิมปิกเกมส์สมัยเเรก แม้จะไม่เปิดให้มีผู้ชมก็ตาม ซึ่งก่อนแข่งมั่นใจว่าจะทำผลงานออกมาได้ดี จากการที่ได้ฝึกซ้อมกับโค้ชไซม่อน ที่พยายามปรับเเก้ข้อผิดพลาด และเสริมเทคนิดดีๆ เข้ามา แต่พอมาเจอกับนักกีฬาในระดับท็อปของโลก ทำให้ยังดูห่างชั้นอยู่มาก แต่ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการพัฒนาตัวเอง ในโอลิมปิกครั้งหน้าที่ฝรั่งเศส
“สำหรับเวลาที่ทำได้ในท่าฟรีสไตล์ 50 เมตร ถือเป็นท่าเก่ง แต่ไม่สามารถทำลายสถิติตัวเองได้ ที่เคยทำไว้ในซีเกมส์ 2019 ตรงนี้คิดว่าพยายามทำอย่างสุดความสามารถแล้ว ซึ่งพอใจกับผลงานที่ออกมากับลำดับที่ 37 จากนักกีฬา 81 คนทั่วโลก รวมถึงท่าฟรีสไตล์ 100 เมตร ที่มีเวลาซ้อมน้อย แต่เวลาที่ได้ถือว่าน่าพอใจจบอันดับที่ 42 จากนักกีฬา 51 คน ที่ลงแข่งขัน” เงือกจอยกล่าว

ขณะที่ นวพรรษกล่าวว่า พอใจกับผลงานที่ออกมา แม้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือการทำลายสถิติประเทศไทยของตัวเอง แต่อย่างน้อยเวลาที่ได้เมื่อเทียบกับการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ที่ต้องเจอกับสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถซ้อมได้ต่อเนื่อง ถือว่าเป็นอะไรที่ยอมรับได้
“โดยเฉพาะท่าผีเสื้อ 100 เมตร นับว่าเป็นการว่ายที่เร็วที่สุดของผมในช่วงเเรก แต่ช้าไปเพียงครึ่งวินาทีก็จะทำลายสถิติประเทศไทย ถ้าช่วง 15 เมตรสุดท้ายไม่แผ่วไปก่อน ส่วนท่าถนัดอย่างผีเสื้อ 200 เมตร ยังคิดว่าทำได้ไม่ดี เพราะลงแข่งเป็นรายการเเรก ยังมีความตื่นเต้นกับโอลิมปิกครั้งแรก รวมถึงต้องปรับตัว เนื่องจากร้างสนามในระดับนานาชาติมานานกว่า 1 ปี การได้ลำดับที่ 34 จากนักกีฬาทั้งหมดที่ลงแข่งขัน 39 คน ส่วนตัวคิดว่าดีที่สุดเเล้ว” ฉลามไวน์กล่าว

ขณะที่ พล.อ.เจริญ นพสุวรรณ ประธานฝ่ายกีฬาว่ายน้ำ สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ยอมรับว่านักกีฬาทั้ง 2 คน ทำเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะเจนจิรา ในท่าฟรีสไตล์ 50 เมตร แม้จะไม่ทำลายสถิติประเทศไทย 25.32 วินาที ของตัวเอง แต่ก็เป็นเวลาที่ดีที่สุดในอาเซียน เหนือนักว่ายน้ำสิงคโปร์ ที่เป็นเจ้าของสถิติเหรียญทองครั้งที่แล้ว และเป็นอันดับ 4 ของเอเชีย นับว่าเจนจิราจะเป็นความหวังเหรียญทองในกีฬาซีเกมส์ และเอเชี่ยนอินดอร์แอนด์มาร์เชียลอาร์ตเกมส์ของไทย ซึ่งทางสมาคมพร้อมจะดูแลนักว่ายน้ำ ทั้งเจนจิรา และนวพรรษอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยทั้งคู่จะเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 3 สิงหาคม และเข้ารับการกักตัว ในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ จ.ภูเก็ต
“ส่วนแผนงานของสมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ หลังจากนี้ คือการคัดเลือกนักกีฬาเยาวชน อายุระหว่าง 14-17 ปี เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาเอเชี่ยนยูธ ที่ซัวเถา ประเทศจีน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งมีการประกาศหลักเกณฑ์ระเบียบคัดเลือกไว้แล้ว โดยจะเปิดรับสมัครวันที่ 6-12 สิงหาคม และจะคัดตัวในวันที่ 21-22 สิงหาคม เช่นเดียวกับรายการเอเชี่ยนอินดอร์แอนด์มาร์เชียลอาร์ตเกมส์ จะเปิดรับสมัคร 12-19 สิงหาคม และเเข่งขันทดสอบเวลา วันที่ 28-29 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ไม่ลดลง ทางสมาคมอาจมีการเลื่อน และปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม โดยขอให้นักกีฬาได้สมัครทำการทดสอบเวลาตามที่กำหนดไว้ก่อน” พล.อ.เจริญกล่าว


