หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ สองล้อวางแผนม...

สองล้อวางแผนมุ่งหน้าสู่ ‘ปารีส 2024’ ส่งนักปั่นตระเวนแข่งเก็บคะแนนศึกใหญ่

3.08.21 | 13:45 น.

สองล้อวางแผนมุ่งหน้าสู่ ‘ปารีส 2024’ ส่งนักปั่นตระเวนแข่งเก็บคะแนนศึกใหญ่

 

 

“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า หลังจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 32 ที่ประเทศญี่ปุ่น เสร็จสิ้นลงแล้ว สมาคมกีฬาจักรยานฯ เริ่มเดินหน้าวางแผนระยะยาวรองรับโอลิมปิกเกมส์ ภาคฤดูร้อน ครั้งที่ 33 “ปารีส 2024” ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม ถึง 11 สิงหาคม 2567 ที่เหลือระยะเวลาอีก 3 ปี โดยสมาคมฯ ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องควอลิฟายนักปั่นเข้าร่วมการแข่งขันให้ได้มากกว่าโอลิมปิกเกมส์ครั้งที่ผ่าน ๆ มา โดยเฉพาะการควอลิฟายในประเภทลู่, ประเภทถนนชาย, ประเภทบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่งชาย และในประเภทเสือภูเขา ที่นักกีฬาไทยของเรายังไม่เคยควอลิฟายเข้าร่วมชิงชัยมาก่อน

พลเอกเดชา กล่าวว่า สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ จะเริ่มต้นแผนสู่ “ปารีส 2024” ด้วยการเตรียมความพร้อมและแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 10-19 กันยายน 2565 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่าทางเจ้าภาพบรรจุการแข่งขันจักรยาน 4 ประเภท ชิงชัยทั้งสิ้น 20 เหรียญทอง ประกอบด้วย ประเภทถนน 4 เหรียญทอง จากไทม์ไทรอัลบุคคล ชาย-หญิง และโร้ดเรซ ชาย-หญิง, ประเภทเสือภูเขา 2 เหรียญทอง จากครอสคันทรี่ชายและหญิง, ประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ 2 เหรียญทอง จากเรซซิงชาย-หญิง และประเภทลู่ 12 เหรียญทอง จากทีมเปอร์ซูต ชาย-หญิง, ทีมสปรินท์ชาย-หญิง, ออมเนียม ชาย-หญิง, สปรินท์ ชาย-หญิง, คีริน ชาย-หญิง และเมดิสัน ชาย-หญิง โดยจะเริ่มกระบวนการคัดเลือกนักกีฬาไปจนถึงการเก็บตัวฝึกซ้อมทันทีที่สถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศทุเลาเบาบางลง

“เสธ.หมึก” กล่าวต่อไปว่า เกมการแข่งขันรายการใหญ่ถัดไปของนักปั่นไทยในเส้นทางสู่ “ปารีส 2024” จะเป็นมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 5-16 พฤษภาคม 2566 ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งคาดการณ์ว่าเจ้าภาพน่าจะจัดประเภทถนนและเสือภูเขาแน่นอน แต่ในประเภทบีเอ็มเอ็กซ์และประเภทลู่ยังไม่แน่นอนเนื่องจากภายในกัมพูชายังไม่มีสนามแข่งขันมาตรฐานระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม สมาคมกีฬาจักรยานฯ มีแผนที่จะพัฒนานักกีฬาจักรยานทุกประเภทควบคู่กันไปอยู่แล้ว

Advertisement

นายกสองล้อไทย กล่าวอีกว่า สำหรับการควอลิฟายโอลิมปิกของกีฬาจักรยานนั้น ใช้ระบบเก็บคะแนนสะสมเป็นหลักในทุกรายการ ดังนั้นนักกีฬาที่เป็นเป้าหมายหลักก็จะต้องตระเวนแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาของการคัดเลือกที่จะเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2565 ไปจนถึงประมาณเดือนมิถุนยน 2567 ซึ่งจากประสบการณ์การคัดเลือกโอลิมปิกครั้งที่ผ่าน ๆ มา สมาคมกีฬาจักรยานฯ ต้องมีการปรับกลยุทธ์ โดยเฉพาะในประเภทลู่ระยะสั้น จากเดิมมีเพียง “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์ เจ้าของเหรียญทองคีริน เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 เป็นหลักเพียงคนเดียว แต่สำหรับ “ปารีส2024” จะต้องมีเพื่อนร่วมทีมที่เป็นนักปั่นระยะสั้นดาวรุ่งที่ปัจจุบันไทยเรามีดาวเด่นขึ้นมาอีกหลายคนร่วมในการตระเวนแข่งขันเก็บคะแนนในรายการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ยูซีไอ เนชั่นส์คัพ, ชิงแชมป์เอเชีย, ชิงแชมป์โลก หรือรายการนานาชาติทั่วโลก

“สำหรับประเภทเมาเท่นไบค์ก็เช่นเดียวกัน สมาคมกีฬาจักรยานฯ จะส่งนักปั่นดาวรุ่งของไทยฝังตัวในทวีปยุโรปฝึกซ้อมระยะยาวและตระเวนแข่งขันและเก็บคะแนนเพื่อสู่เป้าหมายควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ ส่วนในประเภทถนนและบีเอ็มเอ็กซ์นั้น แผนปฏิบัติจะยังคงโครงสร้างเดิมที่ประสบความสำเร็จในการควอลิฟายมาแล้ว จะปรับก็เรื่องการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาและสร้างนักกีฬาใหม่ขึ้นมาทดแทนนักปั่นรุ่นพี่ต่อไป” พล.อ.เดชา กล่าว

พลเอกเดชา กล่าวเสริมอีกว่า นอกเหนือจากการตระเวนแข่งขันเก็บคะแนนดังกล่าว แผนคู่ขนานเพื่อพัฒนากีฬาจักรยานไทยก็คือการหาผู้ฝึกสอนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยเฉพาะในประเภทลู่ และเมาเท่นไบค์เข้ามาเป็นหลักในการพัฒนานักปั่นไทยเพื่อให้ไทยเรามีนักกีฬาที่มีศักยภาพและมาตรฐานสูงขึ้น สามารถทดแทนนักกีฬาตัวหลักได้ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการเก็บคะแนนสะสม ซึ่งทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ อยู่ระหว่างการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้สนับสนุนของสมาคมฯ เพื่อเดินหน้าจัดหาผู้ฝึกสอนระดับโลกเข้ามาเป็นโค้ชทีมชาติไทยในแต่ละประเภทต่อไป