บริหารกายหน้าเสาธงปี 2564 โรงเรียนธนินทรวิทยา (A) คว้าแชมป์
เพื่อเป็นการเสริมสร้างพลานามัยของประชาชน รวมไปถึงการพัฒนากีฬาและนันทนาการ กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้จัดกิจกรรมประกวด “บริหารกายหน้าเสาธง” ประจำปี 2564 จบลงไปหมาดๆ
การประกวดยึดหลักการออกกำลังกายท่าพื้นฐานที่ทางกรมพลศึกษากำหนดไว้ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เยาวชน และโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศได้มีการตื่นตัวและตระหนักถึงการออกกำลังกายบริหารในตอนเช้า และสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน

อย่างที่ทราบว่าด้วยสถานการณ์โรคระบาด “โควิด-19” จึงปรับเปลี่ยนการจัดกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ โดยให้ทีมผู้เข้าประกวดส่งคลิปการประกวด ผ่านการตัดสินจากคณะกรรมการคัดเลือกให้เหลือ 30 ทีม เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
โดยรอบชิงชนะเลิศทั้ง 30 ทีมเข้าร่วมชมบรรยากาศการตัดสินได้จากระบบออนไลน์ใน Program Zoom และให้ผู้ชมทางบ้านชมผ่าน Facebook live ของสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา
ครั้งนี้มีทีมตอบรับส่งเข้าประกวดมากถึง 128 ทีม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่การจัดกิจรรมบริหารกายหน้าเสาธงมาหลายปี การประกวดปีนี้ผ่านการพิจารณาตัดสินรอบคัดเลือกไประหว่างวันที่ 15-16 กรกฎาคมที่ผ่านมา และได้พิจารณาตัดสินรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคมที่ผ่านมา


ซึ่งจากการตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ปรากฎว่า ทีมชนะเลิศการประกวด “บริหารกายหน้าเสาธง” ประจำปี 2564 ได้แก่ โรงเรียนธนินทรวิทยา (ทีม A) / รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านบ่อผุด / รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 5 (พหลโยธินรามินทรภักดี ทีม B) / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ โรงเรียนประชานุเคราะห์ศึกษา สพป.อุบลราชธานี และ โรงเรียนเทศบาลวัดธาราสถิตย์ / รางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36

ดร.นิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า กรมพลศึกษา มีภารกิจส่งเสริมให้เกิดความรู้ ความตระหนักด้านการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬาขั้นพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกายให้นักเรียน โดยการดำเนินกิจกรรมนี้สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา ได้จัดโครงการสร้างเสริมสุขภาพ และสมรรถภาพทางกายด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และสมรรถภาพทางกายของเด็ก เยาวชน และประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อให้ผู้ได้ร่วมโครงการนำความรู้ไปต่อยอด และประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย มีการขยายขอบข่ายความร่วมมือไปยังประชาคมอาเซียนในการจัดทำตัวชี้วัดสมรรถภาพทางกายของประเทศอาเซียน เพื่อเป็นการยกระดับความร่วมมือสู่ประชาคมอาเซียน อีกทั้งยังเป็นการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมกับคนในแต่ละเพศ แต่ละวัย ซึ่งนับเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ยั่งยืน
ดร.นิวัฒน์ กล่าวว่า กิจกรรมประกวดบริหารกายหน้าเสาธง เป็นการจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปีที่ผ่านมา โดยการจัดในปีนี้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากเดิมจัดการประกวดฯ รอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงเทพมหานคร เปลี่ยนรูปแบบเป็นการคัดเลือกจากคลิปผู้เข้าประกวด 128 ทีมทั่วประเทศให้เหลือ 30 ทีม และมีการถ่ายทอดสดการตัดสินผ่านสื่อ Facebook live ของสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้ผู้ชมทางบ้านได้รับชมการตัดสินอย่างโปร่งใสไปพร้อมกันๆ ซึ่งในช่วงเวลาที่เราต้องเผชิญกับโควิด-19 กรมพลศึกษาห่วงใยคนไทย น้องๆ เยาวชน ประชาชน ผู้สูงอายุ จึงอยากรณรงค์ให้คนไทยร่วมกันออกกำลังกายที่บ้านเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราให้แข็งแรงเพื่อต่อสู้กับโรคระบาดโควิด – 19 เพราะการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงจะช่วยให้เรามีภูมิป้องกันอีกทางหนึ่ง ด้วยความห่วงใยจากกรมพลศึกษา


