‘ก้องศักด’ ลุยสางปมยิงปืน ‘น้องกัปตัน’ ไร้การเหลียวแลกระสุนซ้อมจากสมาคม

7.08.21 | 18:51 น.

‘ก้องศักด’ ลุยสางปมยิงปืน ‘น้องกัปตัน’ ไร้การเหลียวแลกระสุนซ้อมจากสมาคม

จากกรณีที่ นางพรพักตร์ ภูริหิรัญพัชร์ แม่ของ “กัปตัน” อิสรานุอุดม ภูริหิรัญพัชร์ นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ชุดโอลิมปิกเกมส์​ โตเกียว 2020 ออกมาเรียกร้องกระสุนในการฝึกซ้อม และแข่งขัน ที่ไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย และต้องขายบ้านขายรถเป็นค่าใช้จ่ายเงินทั้งหมดกว่า 10 ล้านบาทนั้น

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ส่วนตัว และทีมงานได้พูดคุยกับแม่ของน้องกัปตันแล้ว ซึ่งจะมีประเด็นที่คลาดเคลื่อนกัน สื่อสารไม่ตรงกันระหว่างแม่ของกัปตัน และสมาคม ซึ่งสมาคมได้ตั้งกติกาให้นักกีฬามาซ้อมรวมตัวสถานที่เดียวกัน ส่วนกัปตันซ้อมอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งตอนแรกที่มีปัญหากันอาจไม่ได้รับกระสุนไปซ้อม แต่ภายหลังทาง กกท. ได้มอบกระสุนกับสมาคมไปแล้ว แต่อาจล่าช้า ซึ่งอยู่ที่การบริหารจัดการของสมาคม หลังจากนั้นก็ยังไม่ได้รับเรื่องประเด็นร้องเรียนเข้ามา

“หลังจากลับไปผมก็จะไปตรวจสอบดูว่า ระหว่างแม่ของน้องกัปตัน กับสมาคมยังมีประเด็นอะไรที่มีความไม่ชัดเจนกันหรือไม่ เพราะเราตั้งใจที่จะเตรียมน้องกัปตันที่มีอายุน้อยให้ทำผลงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ครั้งต่อไปที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2024 ส่วนเรื่องกระสุนที่ค้างอยู่ 4 หมื่นนัดเราก็คงต้องไปดู ซึ่งเท่าที่ผมได้สอบถามไปที่นายกสมาคมกีฬายิงปืนฯ บอกว่า เป็นกรณีที่ไม่ยอมทำตามกติกา” บิ๊กก้องกล่าว

ดร.ก้องศักด กล่าวอีกว่า ยกตัวอย่างถ้าสมาคมให้ซ้อมที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ยอมมาเก็บตัวซ้อมด้วยก็จะมีกติกา ซึ่งก็มีกฎระเบียบในเรื่องนักกีฬาที่ต้องมาเก็บตัวในแคมป์ถึงจะจ่ายกระสุน ถ้าไม่มาเก็บตัวก็จะไม่สามารถจ่ายกระสุนออกไปได้ แต่ถ้าประเด็นการบริหารจัดการมีปัญหาทาง กกท.ก็จะเข้าไปแก้ไขปัญหาด้วย เข้าไปร่วมหารือกัน

ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงชุดแข่งขันของนักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ เนื่องจากได้เห็นหลายประเทศมีการแบ่งเรื่องของสิทธิประโยชน์ ชุดแข่งขันแยกชนิดกีฬา เพื่อความเหมาะสมของแต่ละชนิดกีฬาตามความถนัดของผู้ผลิตเสื้อผ้า ดร.ก้องศักด กล่าวว่า เรื่องสิทธิประโยชน์ชุดแข่งขันของนักกีฬาในมหกรรมกีฬานั้น เราก็ได้เห็นนักกีฬาชาติอื่นเขาใส่ชุดกีฬาแตกต่างแบรนด์กันในแต่ละชนิดกีฬา ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีความเหมาะสมตามแต่ละชนิดกีฬาแตกต่างกันออกไป ซึ่งเรื่องนี้ทาง กกท.จะมีการเสนอแนะแนวทางของชุดแข่งขันของนักกีฬาไทยให้มีความเหมาะสมกับกับแต่ละชนิดกีฬาไปให้กับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ต่อไป

Advertisement