วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนรางวัลซีไรต์ได้เขียนบทความเบื้องหลังความสำเร็จของทีมรักบี้โรงเรียนบ้านบาก จ.อุบลราชธานี ที่สามารถกรุยทางมาคว้ารองแชมป์การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2559 ระดับเยาวชน ระหว่างวันที่ 10-11 กันยายนที่ผ่านมา โดยนักเขียนดังได้โพสต์บทความดังกล่าวในเพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/winlyovarin/ มีเนื้อหาดังนี้
เมื่อผมเข้าคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ในอาทิตย์แรกนั้น เราได้รับการแนะนำให้รู้จักนิสิตรุ่นพี่ที่จบไปแล้วคนหนึ่ง เขาจะไม่สอนเทคนิคการวาดรูป หรือการเอาชีวิตรอดในคณะนี้ เขาสอนอยู่สิ่งเดียวคือรักบี้
เราเรียกเขาว่า “พี่ท้าว”
พี่ท้าวบอกว่าทุกเย็นที่สนามหน้าคณะ เขาจะมาฝึกสอนรักบี้ให้นิสิตใหม่ชาย แต่ผู้หญิงที่สนใจก็เล่นได้ แล้วกลุ่มรักบี้ก็ฝึกซ้อมกัน ตั้งแต่วันแรกๆ ในคณะของนิสิตใหม่
ชีวิตการเรียนที่เต็มไปด้วยการบ้านซึ่งกินเวลาดึกดื่นทำให้นักรักบี้หลายคนค่อยๆ หายตัวไป แต่พี่ท้าวยังคงฝึกสอนรักบี้ให้นิสิตใหม่รุ่นแล้วรุ่นเล่า ผ่านไปห้าปี เราเรียนจบและแยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน เราไม่ค่อยได้ยินเรื่องของพี่ท้าวมากเท่าไร เรารู้ว่าผ่านไปสี่สิบปี พี่ท้าวก็ยังฝึกคนรุ่นใหม่เล่นรักบี้ คราวนี้ไปไกลจากคณะสถาปัตย์ฯหลายร้อยกิโลเมตร
หลังจากคู่ชีวิตจากไป พี่ท้าวเหลือแต่รักบี้เป็นลมหายใจ ด้วยทุนส่วนตัว พี่ท้าวเดินทางไปฝึกสอนรักบี้ให้เด็กนักเรียนตามชนบทห่างไกล ผู้ไม่อาจเคยได้ยินคำว่า รักบี้ มาก่อนในชีวิต เพื่อนๆ คณะสถาปัตย์ฯที่รู้ก็อาสาช่วยเหลือค่าเดินทาง ค่าใช้จ่าย ค่าอุปกรณ์เท่าที่ทำได้
พี่ท้าวปิดบอลหลังพระอย่างนี้มาตลอดชีวิต และจนวันนี้ก็คงยังไม่มีใครเคยได้ยินชื่อของเขา หากมิใช่เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์ประเทศไทยที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 ปทุมธานี ทีมนักรักบี้เยาวชนเจ็ดคนจากโรงเรียนบ้านบาก ชื่อที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน สามารถเข้าชิงรอบชนะเลิศ

บ้านบากเป็นโรงเรียนบ้านนอกคอกนาขนาดเล็ก อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี นักเรียนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน พี่ท้าวไปสอนเด็กที่นั่นให้รู้จักรักบี้ นักกีฬาทุกคนมาจากครอบครัวชาวไร่ชาวนา ฐานะยากจน เด็กเหล่านี้ซ้อมรักบี้โดยไม่มีรองเท้า
ในช่วงแข่งขัน พวกเขาเหมารถตู้เข้ามาที่กรุงเทพฯ ค้างแรมในโรงงานแห่งหนึ่งที่รังสิต เพราะไม่มีเงินค่าโรงแรม
เนื่องจากเด็กหลายคนไม่มีรองเท้า เวลาเล่นพวกเขาก็ต้องถอดเปลี่ยนกัน และเพราะขนาดรองเท้าหลวมไปบ้าง คับไปบ้าง ภาพเด็กวิ่งแล้วรองเท้าหลุดเป็นภาพแปลกตาของชาวกรุง
ในเกมสุดท้าย เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้เดินทางถึงตำแหน่งสูงสุดของการแข่งขัน แต่ด้วยพื้นฐานที่ไม่เท่าเทียมทีมอื่นๆ การเดินทางถึงรอบชิงชนะเลิศย่อมเป็นเรื่องเหลือเชื่อ และการมาถึงจุดนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้หากไม่มีชายผู้ปิดบอลหลังพระ
…………..
บ้านเรายังมี ‘เด็กบ้านบาก’ อีกจำนวนนับล้านๆ คนอยู่ข้างนอก เด็กซึ่งมีศักยภาพด้านต่างๆ ซ่อนตามท้องไร่ท้องนา ตามบ้านคนยากไร้ ตามโรงงาน ตามสถานที่ก่อสร้าง สถานะเกิดที่ยากจนทำให้พวกเขาเป็นเพียงเพชรที่ไม่มีวันถูกเจียระไน
นี่จึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่มีความสามารถและโอกาสที่สูงกว่าต้องยื่นมือช่วยเจียระไน
แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยคนทำดีและคาดหวังให้คนอื่นรับรู้ ทำดีแล้วต้องออกสื่อ เราแทบไม่เห็นคนที่ยินดีปิดทองหลังพระโดยไม่ต้องการชื่อเสียงและค่าตอบแทน
พี่ท้าวเป็นตัวอย่างของคนที่มีทั้งความสามารถและน้ำใจ ความเสียสละและความอดทน ความมุ่งมั่นและความไม่ยอมแพ้
มันไม่ใช่หน้าที่ มันคือความเมตตา มันไม่ใช่เกียรติยศ มันคือความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ และความสำเร็จของคนด้อยโอกาสก็คือภาพสะท้อนหัวใจที่งามดั่งทองของผู้ปิดทองหลังพระ
____________
วินทร์ เลียววาริณ
เฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/winlyovarin/

