ประธานบาร์ซ่าเผยสโมสรหนี้ท่วมหัว 52,650 ล้านบาท! แค่ค่าเหนื่อยก็เกินรายรับแล้ว
โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรบาร์เซโลน่า ทีมดังแห่งลาลีก้า สเปน แถลงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม โดยกล่าวถึงสถานการณ์การเงินของสโมสรในปัจจุบันว่า บาร์ซ่ามีหนี้สินสูงถึง 1,350 ล้านยูโร (52,650 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินเดือน ค่าเหนื่อย และค่าตอบแทนนักเตะและบุคลากรของสโมสร รวมกันแล้วคิดเป็น 103 เปอร์เซ็นต์ของรายรับ สูงกว่าคู่แข่งทีมอื่นๆ ราว 20-25 เปอร์เซ็นต์
ลาปอร์ต้ากล่าวว่า หนี้สินเหล่านี้เป็นผลพวงจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของโจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรคนก่อน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพชาวอาร์เจนไตน์ ลูกหม้อของสโมสรได้ เนื่องจากหากเซ็นสัญญาตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ จะทำให้ยอดค่าเหนื่อยของสโมสรโดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 110 เปอร์เซ็นต์ของรายรับ ซึ่งทางลาลีก้าไม่อนุญาตให้ดำเนินการ จนเมสซี่จำต้องลาทีมทั้งน้ำตา ก่อนเซ็นสัญญากับปารีส แซงต์แชร์แมง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ที่เซ็นสัญญาได้ ทั้งเมมฟิส เดปาย, เอริก การ์เซีย และเรย์ มานาจนั้น ที่ลาลีก้าอนุญาตให้เซ็นได้ก็หลังจากเคราร์ด ปิเก้ กองหลังคนสำคัญ ยอมลดค่าเหนื่อยตัวเองเพื่อลดเพดานรายจ่ายนั่นเอง
ประธานสโมสรบาร์ซ่ากล่าวต่อว่า ทันทีที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม สิ่งแรกที่ตนกับคณะกรรมการบริหารต้องทำคือการกู้เงิน 80 ล้านยูโร (3,120 ล้านบาท) เพื่อนำไปจ่ายเงินเดือนและค่าเหนื่อยที่ค้างอยู่ ทุกอย่างที่บาร์โตเมวบอกเป็นเรื่องโกหก
อย่างไรก็ตาม ลาปอร์ต้าให้ความหวังว่า ตอนนี้สโมสรต้องเน้นนโยบายรัดเข็มขัด แต่เชื่อว่าจะมีอนาคตสดใส สามารถควบคุมสถานะการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า
ก่อนหน้านี้ บาร์โตเมวเขียนจดหมายเปิดผนึกแก้ต่างให้ตัวเองเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ถ้าไม่ใช่เพราะโดนบีบให้ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งล่วงหน้าเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จะสามารถจัดการบริหารการเงินได้เรียบร้อย และมีทุนพอรั้งตัวเมสซี่ไว้กับทีมได้อย่างแน่นอน

