กรมพลศึกษาร่วม ‘เฮลท์แคร์ 2021’ แนะประชาชนสุขภาพกาย-ใจดี ช่วยห่างไกลโควิด-19
มติชน ข่าวสด และประชาชาติธุรกิจ ภายใต้ “เครือมติชน” ผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดงานมหกรรมสุขภาพออนไลน์ครั้งสำคัญแห่งปี “เฮลท์แคร์ 2021 วัคซีนประเทศไทย” #เราจะฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ระหว่างวันที่ 18-22 สิงหาคม ผ่านระบบออนไลน์
สำหรับงานเฮลท์แคร์นั้นจัดขึ้นมาเป็นปีที่ 13 ติดต่อกัน แต่ครั้งนี้พลิกบทบาทจากการจัดงานแบบออนกราวด์ มาจัดงานในรูปแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก ด้วยการไลฟ์ผ่านทางเฟซบุ๊กมติชน, ข่าวสด, ประชาชาติธุรกิจ และยูทูบ มติชนทีวี ตลอดวันที่ 18-22 สิงหาคมนี้
โดยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันแรกของการจัดงาน ได้มีช่วงหนึ่งของงานได้รับเกียรติจาก ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันด์ อธิบดีกรมพลศึกษา ได้มารับหน้าที่เป็นวิทยากรอธิบายในหัวข้อ “สุขกาย สุขใจ ห่างไกลโควิด-19”
นายนิวัตน์กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ของกรมพลศึกษานั้นดูและในส่วนของกีฬาพื้นฐานและกีฬามวลชน ในส่วนของกีฬามวลชนนั้น คือการทำอย่างไรให้คนไทยมีความสนใจเข้าร่วมออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเพราะปัจจุบันนี้คนไทยบางส่วน โดยเฉพาะวัยเรียนและมหาวิทยาลัยพบโรคอ้วนมากขึ้น และผู้ป่วยที่พบเห็นเสียชีวิตในช่วงโควิด-19 ที่สำคัญคือมีโรคประจำตัว ดังนั้นเราจะส่งต่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นถ้าคนไทยมีสุขภาพที่ดี ก็จะลดโอกาสพบแพทย์หรือเข้ารับการรักษาไปได้
กรมพลศึกษาตอนนี้ได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มอาสาสมัครกีฬาให้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้นำกีฬาในชุมชน ตอนนี้ก็เพิ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ช่วยเสริมเทคนิคเรื่องการออกกำลังกายให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดโอกาสให้ประชาชนเจ็บป่วยน้อยลง อย่างไรก็ตาม งานนี้คงต้องใช้เวลาพอสมควร

เมื่อเกิดช่วงโควิด-19 ระบาดนั้นกรมพลศึกษาได้มีการส่งเสริมกีฬาเพื่อให้เด็ก-เยาวชน ประชาชน ผู้สูงอายุเข้าถึงการออกกำลังกายมากขึ้น จากช่วงที่การระบาดหนักขึ้น ก็ต้องปรับตัวมากขึ้น มีการดำเนินการเป็นแบบออนไลน์มากขึ้น แม้ว่ารัฐบาล, กระทรวงสาธารณสุข, หรือ ศบค. ประกาศให้คนอยู่บ้านมากขึ้น แต่คนก็จะเครียดมากขึ้น กรมพลศึกษาจะตระหนักว่านอกจากทำให้สุขภาพดีจะต้องมีสมรรถภาพที่ดีด้วย ดังนั้น จึงจัดคลิปไลฟ์สด, แนะนำการออกกำลังกายในบ้านรูปแบบต่างๆ ให้กับประชาชนไปด้วย
การปรับรูปแบบการออกกำลังกายหลังจากที่งดใช้สนามกีฬานั้น ทางกรมพลศึกษาได้ร่วมมือกับกรมอนามัย ในการผลักดันให้มีการเปิดพื้นที่สวนสาธารณะ เพราะว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำถ้าไม่ได้ออกกำลังกายแบบสม่ำเสมอก็จะเกิดความเครียด แต่สถานการณ์ปัจจุบันรุนแรงมากขึ้น เราก็จะเน้นเป็นการทำคลิปเชิญชวนให้ออกกำลังกายที่บ้าน การเดินลงบันได หรือเดินวนรอบๆ บ้าน ในพื้นที่ที่ปลอดภัย รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เช่น แอโรบิก, กระโดดเชือก หรือโยคะ
ขณะเดียวกันก็ร่วมกับปาร์กรัน ไทยแลนด์ นำต้นแบบจากอังกฤษ มาเปิดสนามพื้นที่ใกล้บ้านให้สะดวก ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันมี 200 สนามใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ มีกิจกรรมให้เดินวิ่ง-ออกกำลังกาย 5 กิโลเมตรทุกวันเสาร์ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับกรมอนามัย จัดกิจกรรมก้าวท้าใจ ซีซั่นที่ 3 ให้นับระยะทาง ออกกำลังกาย 150 กิโลเมตร ใน 45 วัน ภายในวันที่ 1 สิงหาคม-14 กันยายน ตอนนี้ถือว่ายังมีเวลาสามารถสมัครเข้าร่วมได้อยู่
อธิบดีกรมพลศึกษายังได้แนะนำถึงการปฏิบัติตัวเพื่อรับมือโควิด-19 สิ่งสำคัญคือต้องมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ รวมถึงสุขภาพใจ ไม่เครียดกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเราพยายามส่งเสริมกิจกรรมให้คนไทยออกกำลังกาย ทั้งฟิตฟรอมโฮม หรือกิจกรรมอื่นๆ ชวนให้ประชาชนออกกำลังกาย เพราะเมื่อมีกิจกรรมความเครียดก็จะลดลง บางครั้งใช้นันทนาการเข้ามาเสริม ซึ่งนี่คือเป้าหมายหลักของกรมพลศึกษาที่ทำอย่างไรให้คนไทยผ่านวิกฤตนี้ไปได้และมีสุขภาพที่ดี
นายนิวัฒน์กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยโลกให้คำแนะนำว่าคนจะผ่านวิกฤตนี้ได้ ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำ ทั้งดูแลสุภาพตัวเอง, ออกกำลังกายบริหารตัวเอง, ทำให้ร่างกายเข้มแข็งและปลอดโรค จิตใจก็ไม่บูลลี่ตัวเองหรือคนอื่นๆ ไม่คิดแง่ร้าย ให้กำลังใจกันและกันเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดกับคนไทยอย่างเดียว ที่อื่นก็เจอกันหมด อยู่ที่ต้องสู้อย่างไรและผ่านไปให้ได้ รวมถึงอย่าเสพติดข่าวเกินไป เพราะถ้าหาข้อมูลมากๆ จะเกิดความเครียด จึงอยากฝากคนไทยทุกคนดูแลสุขภาพและจิตใจให้ดี
อธิบดีกรมพลศึกษายังได้พูดถึงการดูแลสุขภาพให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ว่า สิ่งสำคัญที่อยากให้ตระหนักก็คือ วัคซีนที่ดีที่สุดคือการป้องกันตัวเอง ระมัดระวังตัวเอง เพราะส่วนใหญ่คนมักจะติดจากคนใกล้ตัวกันเยอะมาก ดังนั้น ศบค.จึงขอความร่วมมือให้ทุกคนหยุดตัวเองอยู่บ้าน เว้นระยะจากคนใกล้ชิด ไม่ใช่แค่ตัวเองปลอดภัยแต่คนรอบข้างก็จะปลอดภัย หมั่นตรวจสอบตัวเอง ใส่หน้ากากตลอดเวลา บางครั้งเราอาจจะทำอะไรแบบเคยชิน แต่ก็ต้องป้องกันตัวเองเอาไว้
“เมื่อป้องกันตัวเองแล้วอย่าหยุดนิ่ง เพราะถ้าอยู่นิ่งๆ จะทำให้คิดมาก หากิจกรรมออกกำลังกายหรือนันทนาการเสริมเข้ามา จะได้พัฒนาตัวเองไปด้วย ทำให้มีสุขภาพที่ดี ปลอดโรค ปลอดภัย เมื่อทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะทำให้สุขภาพจิตใจดีขึ้นด้วย อารมณ์ปลอดโปร่งขึ้น จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้”

