กกท. ทำหนังสือขอ ศบค. ขอความเห็นชอบจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้กลุ่มนักกีฬาเยาวชน

18.08.21 | 16:48 น.

 

กกท. ทำหนังสือขอ ศบค. ขอความเห็นชอบจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ให้กลุ่มนักกีฬาเยาวชน

 

 

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจบการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แล้ว ทัพนักกีฬาไทยยังคงมีภารกิจสำคัญในการสู้มหกรรมกีฬาระดับโลกและทวีปอีก 2 ทัวร์นาเมนต์ โดยรายการที่กำลังจะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม – 5 กันยายน คือ กีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนอีก 1 รายการ คือ กีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ซึ่งเปรียบเสมือนกีฬาเอเชียนเกมส์ของนักกีฬายุวชน จะมีขึ้นที่เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 20-28 พฤศจิกายน

ผู้ว่าการกกท. เผยอีกว่า การแข่งขันเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ไทยจะส่งนักกีฬายุวชนที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และพัฒนาฝีมือด้วย โดยถึงเวลานี้ กกท.ในฐานะที่เป็นฝ่ายสนับสนุนและคอยอำนวยความสะดวกให้กับสมาคมกีฬาต่างๆ ได้ทำหนังสือไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เพื่อขอความอนุเคราะห์วัคซีนป้องกันโควิด-19 มาฉีดให้กับเจ้าหน้าที่และนักกีฬายุวชนและเยาวชนที่จะเดินทางไปแข่งขันแล้ว

Advertisement

“กกท.ได้ทำหนังสือไปถึง ศบค.ให้พิจารณาขอจัดสรรวัควีนป้องโควิด-19 ให้กับนักกีฬายุวชนและเยาวชนที่จะเดินทางไปแข่งขันที่จีนแล้ว ซึ่งในส่วนของวัคซีนจะขอรับจัดสรรเป็นวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งสามารถฉีดให้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และก็น่าจะเข้าเกณฑ์ในกลุ่มที่ 3 สำหรับกลุ่มคนไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ก็เหลือรอทางศบค.พิจารณาเห็นชอบและจัดสรรโควต้า แน่นอนว่าหากได้รับอนุมัติก็จะเร่งฉีดให้กับกลุ่มนักกีฬายุวชนและเยาวชนไทยให้เร็วที่สุด”

สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 มีจัดชิงชัยทั้งสิ้น 18 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ), แบดมินตัน, บาสเกตบอล 3×3, วอลเลย์บอลชายหาด, เรือยาวมังกร, ฟุตบอล, ยิมนาสติก, กอล์ฟ, แฮนด์บอล, เต้นฮิปฮอป, ปืนหน้าผา, รักบี้, เซิร์ฟ, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, วินด์เซิร์ฟ และวูซู

ส่วนผลงานของนักกีฬาไทยใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ครั้งแรก ปี 2009 ที่สิงคโปร์ จบอันดับที่ 3 คว้ารวม 11 ทอง 7 เงิน 2 ทองแดง โดยเจ้าเหรียญทอง คือ จีน คว้ารวม 25 ทอง 16 เงิน 11 ทองแดง และอันดับ 2 เกาหลีใต้ คว้ารวม 20 ทอง 17 เงิน 17 ทองแดง ส่วนครั้งที่ 2 ที่หนานจิง ประเทศจีน ไทย จบอันดับที่ 4 คว้ารวม 6 ทอง 15 เงิน 16 ทองแเดง โดยจีน ป้องกันเจ้าเหรียญทองได้อีกสมัย หลังคว้ารวมทั้งสิ้น 46 ทอง 23 เงิน 24 ทองแดง