‘ภาครัฐ’ บูรณาการกีฬา-ท่องเที่ยว ‘ทัพพาราไทย’ อำลา ‘ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์’

‘ภาครัฐ’ บูรณาการกีฬา-ท่องเที่ยว ‘ทัพพาราไทย’ อำลา ‘ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์’

เหล่าฮีโร่คนพิการทีมชาติไทยชุดสู้ศึกมหกรรมการแข่งขันกีฬา “พาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 โตเกียว 2020” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม- 5 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา สามารถทำผลงานกวาดเหรียญรางวัลได้ 5 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 8 เหรียญทองแดง ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจรวมทั้งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จำนวน 131 ชีวิต

ก่อนเข้าสู่การกักตัวที่ จ.ภูเก็ต 14 วัน ภายใต้โครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ที่ได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย จ.ภูเก็ต ซึ่งสามารถทำกิจกรรม ฝึกซ้อมร่างกายต่างๆ ภายใน จ.ภูเก็ตได้เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาทัพนักกีฬาชุดสุดท้ายที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ครบทั้ง 14 วันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ จ.ภูเก็ต นำร่องทำโครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เพื่อที่จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว และผ่านการตรวจโควิด-19 เรียบร้อย สามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน โดยเริ่มโครงการมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ก่อนที่ประเทศไทยจะกลับมาเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ โดยนักท่องเที่ยวที่มาเยือน จ.ภูเก็ต จะไม่ต้องกักตัวอยู่ในห้องพัก

ดร.ก้องศักด กล่าวว่า ในด้านของกีฬานั้น ทางโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ได้ทำการต้อนรับเหล่าฮีโร่นักกีฬาไทยเป็นอย่างดีในการเข้ากักตัว 14 วัน ทั้งชุดโอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจการแข่งขันที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตลอด 14 วัน เหล่าฮีโร่พาราของไทยต่างก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หลังจากกรำศึก เพื่อประเทศชาติมาอย่างหนัก การกักตัวครั้งนี้เหมือนเป็นการชาร์จแบต อีกทั้งยังได้ร่วมทำกิจกรรมที่สร้างความสุขภายในจังหวัดมากมายที่ทางโครงการได้จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งเป็นการสร้างความประทับใจ ความทรงจำอันดีให้กับเหล่าฮีโร่ของไทย ถือเป็น “รางวัลแห่งความสุข” ที่ได้ตอบแทนให้แก่พวกเขาหลังจากที่ได้ไปสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ

“ต้องขอขอบคุณนโยบายของทางรัฐบาลที่ได้สร้างสรรค์โครงการที่ดีเช่นนี้เพื่อคนไทยขึ้นมา ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ได้ต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกๆ คนที่เดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นและมาถึงภูเก็ตเป็นอย่างดี ขอบคุณสมาคมกีฬาทุกๆ สมาคมและหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอบคุณคนไทยทุกคนที่อยู่เบื้องหลังคอยส่งกำลังใจให้แก่ฮีโร่พาราทุกๆ คน ทางกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทัพนักกีฬาไทยและโครงการในครั้งนี้” ดร.ก้องศักด กล่าว

ในส่วนกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ได้เตรียมไว้ให้แก่ทัพฮีโร่พาราไทยตลอด 14 วันที่ผ่านมานั้นเต็มไปด้วยการผ่อนคลายและความสุขมากมาย ด้วยการเข้าพักตลอด 14 วันที่ “โฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน ภูเก็ต ป่าตอง บีช รีสอร์ท” รีสอร์ทแห่งแรกในเอเชียตะวันออก ที่มีห้องพัก และห้องเฉพาะสำหรับผู้พิการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรวมมากถึง 600 ห้อง รวมถึงอยู่ในจุดชายหาดป่าตอง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกของภูเก็ต ซึ่งในโรงแรมจะมีศูนย์ออกกำลังกายให้บริการแก่คณะนักกีฬาพาราลิมปิกอย่างครบครัน นอกจากนี้เหล่าฮีโร่ยังได้ลองลิ้มชิมรสความอร่อยของอาหารต้นตำรับพื้นเมืองดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งล้วนแล้วแต่มีกลิ่นอายความเป็นพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ตอย่างแท้จริง

ด้านการท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต ก็ยังมีสถานที่ด้านธรรมะให้คนไทยได้กราบไหว้อย่าง “หลวงพ่อแช่ม” พระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ที่วัดไชยธาราราม หรือ วัดฉลอง ซึ่งเป็นวัดที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองชาวภูเก็ตมาช้านาน เสริมสร้างสิริมงคลให้แก่คณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทัพพาราไทยในการที่จะต้องมาใช้ชีวิตในจังหวัดภูเก็ตเป็นเวลา 14 วัน อีกทั้งยังมี “อควาเรีย ภูเก็ต” พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใจกลางเมืองภูเก็ต และ “พิพิธภัณฑ์ทริกอาย” พิพิธภัณฑ์ศิลปะภาพลวงตา 3 มิติ จากระบบ AR (โลกเสมือนจริง) สุดล้ำ ที่แรกของโลก ที่สร้างความอัศจรรย์และตื่นตาตื่นใจให้กับทัพพาราไทยกันไปถ้วนหน้า

พร้อมกันนี้ต้องไม่พลาดสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดคือการพาคณะฮีโร่พาราไปเพลิดเพลินกับบรรยากาศชายทะเล ริมหาดทรายอันสวยงามของภูเก็ต ก่อนปิดท้ายด้วยการพาทั้งหมดไปผ่อนคลายให้หายเหนื่อยจากการกรำศึกเพื่อประเทศชาติด้วยการชมพระอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติกที่ “แหลมพรหมเทพ” แลนด์มาร์คของจังหวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

“กร” พงศกร แปยอ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งประวัติศาสตร์ คว้า 3 เหรียญทองในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งเดียวคนแรกของไทย เปิดเผยความรู้สึกว่า มาถึงที่ จ.ภูเก็ตครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และดีมาก ขอบคุณทุกๆ คน ผู้ใหญ่ทุกท่านและพ่อแม่พี่น้องชาวภูเก็ตจากใจจริง และสำหรับการต้อนรับที่ดีเช่นนี้และการให้กำลังใจกันตลอดมาคงไม่มีคำไหนที่จะพูดได้มากกว่าคำว่า “ขอบคุณ” จริงๆ

ขณะที่ “ปุ๊” สุจิรัตน์ ปุกคำ นักแบดมินตันหญิงคนเก่งของทัพพาราไทย ดีกรี 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง กล่าวว่า สำหรับการได้มีโอกาสมาร่วมโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ครั้งนี้รู้สึกประทับใจมากๆ เพราะก่อนหน้านี้เวลาไปแข่งขันต่างประเทศและต้องกลับมากักตัวที่ไทยก็จะได้อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม แต่พอมีโครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เมื่อคนที่มากักตัวแล้วตรวจไม่พบเชื้อโควิดก็จะสามารถออกไปทำกิจกรรมเที่ยวทะเลชายหาด ชมเมืองโบราณ ได้รับประทานอาหารอร่อยๆ หรืออย่างเช่นที่ตนและเพื่อนๆ นักกีฬาได้มีโอกาสมาในวันนี้ รู้สึกประทับใจจริงๆ ทั้งโรงแรมที่พัก เจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลและสถานที่ต่างๆ ภายในจังหวัดที่สวยงาม ต้องขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย ขอบคุณจังหวัดภูเก็ต ที่ได้ร่วมกันทำโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ นี้ขึ้นมา

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สารวัตรสืบสวน สภ.วังน้ำเย็น ดวงแข็งรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ ชนเสาไฟฟ้ารถพังยับ ไม่เป็นไร
บทความถัดไปดีจัง “รูปคู่หาย” ก็มีคนช่วยตามส่งคืน?