“น้องเทนนิส พาณิภัค“กลับบ้านสุราษฎร์ ต้อนรับอบอุ่น ผู้ว่าฯมอบสร้อยทอง 10 บาท นายกอบจ.มอบ 1 ล้าน

“น้องเทนนิส พาณิภัค“กลับบ้านสุราษฎร์ ต้อนรับอบอุ่น ผู้ว่าฯมอบสร้อยทอง 10 บาท นายกอบจ.มอบ 1 ล้าน

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ท่าอากาศยานนานชาติสุราษฎร์ธานี น.ส. พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อายุ 24 ปีหรือ น้องเทนนิส นักกีฬาเทควันโด้ เหรียญทองโอลิมปิค 2020 ประเทศญี่ปุ่น รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม ได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิด พร้อมด้วยนายสิริชัย วงศ์พัฒนกิจ บิดา และ นายชัชชัย ชเว หรือ โค้ชเช เช ยองซอง โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยนางอุรสา จินโต นายกเหล่ากาขาดจังหวัดสุราษฎร์ธานีหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี

หลังจากนั้นน้องเทนนิส ในฐานะได้รับเลื่อนยศเป็นเรืออากาศตรีหญิง สังกัดกองทัพอากาศ ได้เดินทางไปสักการะพระรูปจำลองจอมพลสมเด็จพระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ พระบิดากองทัพอากาศ ภายในกองบิน 7 และร่วมรับประทานอาหารเที่ยง ซึ่งกองบิน 7 จัดเลี้ยงต้อนรับ

ต่อมา ช่วงบ่ายได้ขึ้นรถขบวนแห่เพื่อเชิดชูเกียรติน้องเทนนิส ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่าน อ.พุนพิน ไปยังอ.เมืองสุราษฎร์ธานี เข้าสักการศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี และเดินทางไปยังวัดท่าทอง อ.เมือง ไหว้อัฐินางวันทนา วงศ์พัฒนกิจ มารดา ที่เก็บบรรจุไว้ที่วัดดังกล่าว

เวลา 15.00 น.ที่ห้องประชุมเมืองคนดี ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลนักกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศโดยมีหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่สนับสนุนเข้าร่วม โดยนายวิชวุทย์ ได้มอบสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 10 บาท นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบเงินสด 1 ล้านบาท และ ผศ.เผด็จ นวนหนู นายกสมาคมกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบพระกสิณหลวงพ่อพัฒน์ เหลี่ยมทองฝังเพชร 1 องค์ พร้อมกันนี้ได้มอบเงินรางวัลและของที่ระลึกให้กับทีมผู้ฝึกสอนด้วย

น.ส.พาณิภัค กล่าวว่า รู้สึกอบอุ่นและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เดินทางกลับมาบ้านเกิดอีกครั้ง โดยในวันพรุ่งนี้(2 ต.ค.) จะทำบุญรอบปีกระดูกคุณแม่ และคุณยาย ซึ่งตนจะนำเหรียญทองวางหน้ารูปแม่และยายเป็นการบอกกล่าวถึงความสำเร็จของตนด้วย และสิ่งหนึ่งที่ตนอยากทำมากที่สุดคือ การไปเดินซื้ออาหารที่ตลาดศาลเจ้า ซึ่งเป็นตลาดของกินที่ตนคุ้นชินมาตั้งแต่เด็กๆ ร่วมถึงจะไปกินก๋วยเตี๋ยวโล้งโต้ง ที่เป็นอาหารถิ่นของบ้านดอน ที่หากินจากที่ไหนไม่ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชป.จัดจราจรน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตก ลดผลกระทบประชาชนให้มากที่สุด
บทความถัดไป‘ซ้อต่าย’ ลั่น คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด แนะ นำคำดูถูกเป็นพลัง ผ่านจุดยาก-เติบโตอย่างแข็งแกร่ง