‘ช้างศึก’ตบเท้ารายงานตัวบุกฟาดแข้ง’ยูเออี’ ‘ซิโก้’ปลุกเร้านักเตะสู้ด้วยใจ-กำชับอย่าเสียฟาวล์

นักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เข้ารายงานตัวฝึกซ้อมกับ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย โดยมี “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, “เสี่ยขจร” นายขจร เจียรวนนท์ ผู้จัดการทีมชาติไทย ร่วมด้วยที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 26 กันยายน เพื่อเตรียมทีมทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 3 และ 4 บุกเยือน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) วันที่ 6 ตุลาคม และบุกเยือน อิรัก ที่สนามกลางประเทศอิหร่าน วันที่ 11 ตุลาคม

เธ—เธตเธกเธŠเธฒเธ•เธดเน„เธ—เธข 05

พล.ต.ท.พิสัณห์กล่าวว่า สมาคมได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางล่วงหน้าไปที่กรุงอาบูดาบี เพื่อประสานงาน และตรวจสอบความพร้อมโรงแรมที่พัก, สนามฝึกซ้อม และสนามแข่งขัน ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ในส่วนสนามซ้อมยังมีปัญหาเรื่องพื้นสนาม จึงได้ประสานงานกับสมาคมฟุตบอลยูเออี เพื่อจัดหาสนามซ้อมใหม่ไว้แล้ว

นายขจรกล่าวว่า การเตรียมทีมได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่า 2 เกมแรก ทั้งเรื่องการเดินทาง รถขนส่ง และโรงแรมที่พัก รวมทั้งเรื่องอาหารโภชนาการ โดยได้เตรียมวิตามินเสริมเมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติ และช่วยหลั่งสารออกมาตอนหลับช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น และช่วยปรับสภาพร่างกายให้กับนักเตะ สำหรับ 2 เกมนี้สำคัญมาก จึงตั้งเป้าจะต้องเก็บ 1 แต้มจากยูเออี และ 3 แต้มจากอิรักให้ได้

โค้ชซิโก้กล่าวว่า ขอบคุณสมาคม และสโมสรที่ขยับโปรแกรมลีกให้ทีมชาติได้เตรียมทีมถึง 10 วัน โดยส่วนตัวอยากเห็นนักเตะมีความกระหายต่อไป เพราะ 2 เกมแรกยังไม่มีแต้ม บางคนอาจจำอยู่กับภาพเก่า บางคนคิดว่าจะไปต่อดีไหม เพราะมองว่าทีมชาติไทยล้มเหลวแล้วหรือไม่ ซึ่งนักเตะอาจเหนื่อยล้ากับการเล่นกับสโมสร โดยตนก็เห็นใจ แต่ทั้ง 23 คนที่เรียกมาคือชุดที่ดีที่สุด และอยากจะเห็นทุกคนไปแข่งแบบมีใจสู้ รวมถึงเล่นให้ประทับใจแฟนบอลชาวไทย

“สำหรับ 8 เกมที่เหลือไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องได้กี่แต้ม เพราะจุดแข็งของเราคือการเล่นโดยไม่มีความกดดัน เราเดินทางมาไกลแล้วก็ไม่ต้องการความล้มเหลว เราได้ก้าวผ่านระดับเอเชียมาแล้ว ซึ่งการเล่นกับยูเออี และอิรัก ไม่ใช่งานง่าย แต่เราต้องแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีความห่างกันมาก ซึ่งยังพอมีความหวังที่จะไปเก็บแต้มจาก 2 เกมนี้ตามเป้าหมายให้ได้” โค้ชซิโก้กล่าว

กุนซือทีมชาติไทยกล่าวว่า ในช่วงเวลาซ้อม 10 วันจะปรึกษากันอีกทีว่าอาจจะอุ่นเครื่องกับสโมสรในยูเออี หรือจะฟื้นฟูสภาพร่างกายนักเตะไม่ให้อ่อนล้า ส่วนสภาพอากาศจะค่อนข้างเย็นอุณหภูมิราว 22 องศาเซลเซียส โดยทางยูเออีคงจะมีแมวมองมาสอดแนมอยู่แล้ว แต่ไม่ได้กังวล เพราะเขาคงรู้แค่ 11 ตัวจริง แต่คงไม่รู้เรื่องวิธีการ และแทคติคการเล่น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะมีการศึกษาคู่แข่ง

โค้ชซิโก้กล่าวในตอนท้ายว่า มั่นใจว่าลูกทีมทุกคนรู้แทคทิคกันดี แต่ได้กำชับว่าสไตล์บอลอาหรับไม่ห่างกันมาก และต้องระวังการเสียฟาวล์ระยะอันตราย รวมทั้งต้องมีสมาธิในเกมรับ ส่วนการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินใน 2 เกมนี้ ไม่ได้กังวล เพราะผู้ตัดสินอาจเอนเอียงบางจังหวะให้กับเจ้าบ้านบ้าง แต่จะไม่ไปโฟกัสจุดนั้นให้เสียสมาธิ เพราะถ้าทีมไทยดีพอก็จะต้องยิงประตูคู่แข่งให้ได้

เธ—เธตเธกเธŠเธฒเธ•เธดเน„เธ—เธข 01

ในช่วงเย็นวันเดียวกัน คณะนักเตะทีมชาติไทย และทีมงานสต๊าฟโค้ช ได้ออกเดินทางจากท่าสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบิน อีวาย 405 มุ่งไปยังกรุงอาบูดาบี ประเทศยูเออี

เธ—เธตเธกเธŠเธฒเธ•เธดเน„เธ—เธข 13

เธ—เธตเธกเธŠเธฒเธ•เธดเน„เธ—เธข 09

เธ—เธตเธกเธŠเธฒเธ•เธดเน„เธ—เธข 11

เธ—เธตเธกเธŠเธฒเธ•เธดเน„เธ—เธข 03

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon