วงการลูกหนังอังกฤษต้องเจอกับข่าวสุดช็อก เมื่อแซม อัลลาไดซ์ ลาตำแหน่งกุนซือทีมชาติอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา หลังทำหน้าที่ได้เพียง 67 วัน และเพิ่งคุมทีมได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น โดยสื่ออังกฤษระบุว่า อัลลาไดซ์บรรลุข้อตกลงร่วมกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ฉีกสัญญาคุมทีมอย่างกะทันหันในครั้งนี้
สำหรับเบื้องหลังการพ้นเก้าอี้แบบปัจจุบันทันด่วนครั้งนี้เนื่องจากหนังสือพิมพ์ “เดลี่ เทเลกราฟ” ส่งผู้สื่อข่าวปลอมตัวไปหลอกล่ออัลลาไดซ์ว่าเป็นตัวแทนจากกลุ่มทุนตะวันออกไกลเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมเสนอค่าตอบแทนมูลค่า 400,000 ปอนด์ (18.4 ล้านบาท) ให้กุนซือวัย 61 ปี บินไปสิงคโปร์และฮ่องกง และทำหน้าที่ตัวแทนของกลุ่มทุนใช้สถานะและตำแหน่งของตัวเองช่วยซิกแซกในการเจรจาทาบทามนักเตะให้
นอกจากอัลลาไดซ์พร้อมตอบตกลงกับผู้สื่อข่าวที่ปลอมตัวมาแล้ว คลิปสนทนาที่แอบอัดไว้ ยังมีเสียงอัลลาไดซ์วิจารณ์การทำทีมของรอย ฮอดจ์สัน กับผู้ช่วย แกรี่ เนวิลล์ ในเชิงล้อเลียน อีกทั้งยังวิจารณ์เอฟเอว่าตัดสินใจโง่ๆ ที่ปรับปรุงสนามเวมบลีย์ใหม่ด้วยมูลค่ามหาศาล 870 ล้านปอนด์ (40,020 ล้านบาท) และมีบทสนทนาที่ไม่เหมาะสมอีกหลายอย่าง
หลังจากเทเลกราฟนำเสนอข้อมูลดังกล่าว เอฟเอได้แจ้งขอหลักฐานเป็นรูปธรรม ซึ่งหลังจากศึกษาคลิปเสียงและคลิปวิดีโอที่ถูกอัดไว้ และหารือกับบิ๊กแซมแล้ว จึงประกาศว่ากุนซือวัย 61 ปี ประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้จัดการทีมสิงโตคำราม และยกเลิกสัญญาทันที โดยให้แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมเยาวชนยู-21 ของอังกฤษ ทำหน้าที่คุมทีมชุดใหญ่ชั่วคราว ขณะที่อัลลาไดซ์ได้กล่าวขอโทษต่อการกระทำของตัวเอง
ทั้งนี้ การพ้นจากเก้าอี้ของบิ๊กแซมในครั้งนี้ส่งผลให้เขาเป็นโค้ชทีมชาติอังกฤษที่มีอายุการทำงานสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ทันที

