บอล ยู-23 ไทย ได้แค่เจ๊า ‘มาเลเซีย’ 0-0 ต้องลุ้นเหนื่อยยืมจมูกให้ลาว ชนะ มองโกเลีย

31.10.21 | 12:22 น.

 

บอล ยู-23 ไทย ได้แค่เจ๊า ‘มาเลเซีย’ 0-0 ต้องลุ้นเหนื่อยยืมจมูกให้ลาว ชนะ มองโกเลีย

 

 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่สนาม MFF Football Centre การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือกกลุ่ม J นัดสุดท้าย ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พบกับมาเลเซีย

เกมนี้ “โค้ชโย่ง” นายวรวุธ ศรีมะฆะ ได้ เบนจามิน เดวิส กลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยจะผนึกกำลังร่วมกับ กรวิชญ์ ทะสา และจักรกริช พาละพล ในแดนหน้า ส่วนตรงกลางมี ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ที่เล่นร่วมกับ อิรฟาน ดอเลาะ รายชื่อ 11 ตัวจริง – เกียรติพล อุดม, นาคิน วิเศษชาติ, อนุศักดิ์ ใจเพชร, อิรฟาน ดอเลาะ, จักรกริช พาละพล, กรวิชญ์ ทะสา, สกุลชัย แสงโทโพธิ์, ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร, จตุรพัช สัทธรรม, โจนาธาน เข็มดี, เบนจามิน เดวิส

Advertisement

เริ่มเกมมาแค่ 12 นาที กลายเป็นสกุลชัย แสงโทโพธิ์ ที่เจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว และเป็น สัมพันธ์ เกษี ที่ได้โอกาสลงเล่นแทน เท่านั้นไม่พอ เบนจามิน เดวิส ก็เล่นต่อไม่ไหว และเป็น ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ที่ลงมาเล่นแทนในนาทีที่ 24

และสุดท้ายครึ่งแรกทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังนาที 63 มาเลเซีย มาได้ลุ้นจากลูกเตะมุม ที่ฮาริธ อดัม แต่จังหวะโหม่งไปชนคานกระเด้งออกมา

นาที 67 ไทยมาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย เล่นกับ จักรกริช พาละพล ก่อนจ่ายให้ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร วิ่งมายิงด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาที 79 ไทยเปลี่ยนตัวครั้งสุดท้ายด้วยการส่ง ตะวัน โคตรสุโพธิ์ และชยธร เทพสุวรรณวร ลงสนามไปแทนที่ของ อิรฟาน ดอเลาะ และสัมพันธ์ เกษี

นาที 86 ไทยมาได้ลุนอีกครั้ง จากจังหวะที่ กรวิชญ์ ทะสา ได้โอกาสกดด้วยขวาในเขตโทษแต่ยังไปตรงตัวผู้รักษาประตู

ช่วงเวลาที่เหลือ ไทยพยายามบุกอย่างหนักแต่เจาะไม่เข้าจบเกม เสมอกับมาเลเซีย 0-0 ทำให้ไทยมี 5 แต้มจบรองแชมป์กลุ่ม ส่วนมาเลเซีย มี 7 แต้ม เป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่งโอกาสที่ไทยจะเข้ารอบต่อไปริบหรี่ โดยต้องลุ้นให้ ลาว ชนะ มองโกเลีย วันนี้คิกออฟเวลา 14.00 น. เพื่อจะได้นำเอา 4 คะแนนจากชัยชนะเหนือลาว และเสมอมาเลเซีย ในการไปเทียบกับอันดับสองในกลุ่มอื่นๆ ต่อไป โดยตัดคะแนนกับมองโกเลีย ที่จบอันดับสุดท้ายออก

ซึ่งหากทีมชาติลาว ไม่ชนะ มองโกเลีย ในเกมสุดท้าย จะทำให้ทีมชาติไทย เหลือเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น ในการไปเทียบกับอันดับสองของกลุ่มอื่นๆ และมีโอกาสตกรอบสูงมาก

 

ขณะที่ทีมชาติมาเลเซีย จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม เจ โดยมี 7 แต้ม จาก 3 เกม และไม่เสียเลยแม้แต่ประตูเดียว ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ที่ประเทศอุซเบกิสถาน ในปีหน้าโดยอัตโนมัติ