อุดมศักดิ์ ภัคธนาพงศ์ ผู้สื่อข่าวกีฬาหนังสือพิมพ์-เว็บไซต์ “มติชน” และวันดี รุจินาถ ช่างภาพเครือ “มติชน” รายงานข่าวการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม มีการชิงชัยทั้งสิ้น 27 เหรียญทอง
ไฮไลต์ของนักกีฬาไทย อยู่ที่เซปักตะกร้อชายหาด ชิง 1 ทอง ประเภททีมชุดหญิง แข่งแบบพบกันหมด โดยนัดสุดท้ายของสาวไทย เอาชนะลาวไปได้ 3-0 ทีม ทีมเอ ชนะ 21-16, 21-8, ทีมบี ชนะ 21-5, 21-13, ทีมซี ชนะ 21-15, 21-6 คว้าชัย 3 นัดรวด คว้าเหรียญทองมาครองได้ตามคาด
ขณะที่ทีมชุดชาย ทีมไทย ที่ชนะมาแล้ว 3 นัดรวด ลงสนามอีก 2 นัด เอาชนะ อินเดีย 3-0 ทีม ทีมเอ ชนะ 21-12, 21-7 ทีมบี ชนะ 21-11, 21-11, ทีมซี 21-5, 21-6 ก่อนที่จะเอาชนะเวียดนาม 3-0 ทีม ทีมเอ ชนะ 21-6, 21-7 ทีมบี ชนะ 21-9, 21-10 และทีมซี ชนะ 21-9, 21-9 ทำให้ทีมไทยชนะรวด 5 นัด คว้าเหรียญทองมาครองแน่นอนแล้ว แม้ว่าทีมอื่นจะยังมีโปรแกรมเหลืออยู่ก็ตาม
วู้ดบอลเก็บเพิ่ม2ทองทีมชาย-หญิง
วู้ดบอล ชิง 2 ทอง ประเภทนับจำนวนการตี รอบสุดท้าย ทีมชาย ไทยประกอบด้วย ณัฐชนน กองพลพรหม, นคร นวลรักษา, เพชรอนันต์ พรเสน่ห์, เกียรติศักดิ์ แสงฤทธิ์, ธวัชชัย สิริศิลานันท์ และวีระศักดิ์ ศรีสมุทร์ ช่วยกันทำได้ 354 สโตรก คว้าเหรียญทองไปครอง โดยเหรียญเงินเป็นไต้หวัน และเหรียญทองแดงเป็นอินโดนีเซีย
ขณะที่ทีมหญิง ไทยประกอบด้วย ปาลิดา ค้างคีรี, ศิริวรรณ ค้างคีรี, กฤษณา ขาวดี, สิริปนัดดา กึมรัมย์, ธัญชนก สารีพันธุ์ และอัจฉรา ทองนิ่ม ช่วยกันทำคะแนนได้ 367 สโตรก คว้าอีกหนึ่งเหรียญทองไปครอง
เรือพายซิวเพิ่ม1ทองครองเจ้าทะเล
ด้านเรือพายชายฝั่ง ชิง 2 ทอง ไทยเก็บมาเพิ่มได้อีก 1 ทอง จากการแข่งขันประเภทเรือกรรเชียง 4 คนชาย พายคู่ ทีมไทยประกอบด้วย ศรราม ศิลปศร, สกนธิ์ สมหวัง, เตชณัฐธันยา สาระกุล, พรธวัช อินลี, ณทวรรษ เชาวกิจวรชิต ในรอบชิงชนะเลิศ สามารถเอาชนะทีมเวียดนาม เข้าเส้นชัยเป็นทีมแรกด้วยเวลา 2.33.70 นาที คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ
ขณะที่กรรเชียง 4 คนหญิง พายคู่ ทีมไทย ได้แก่ พัชริยา นรินทร, กัลยาณี จินตนานุช, พนิตพิชา เอกวัฒน์, กฤติยา หริรักษ์, จิลล์เมเร่ ชมิทซ์ เเละชลธิชา วัชระพานิชย์ แพ้ ฮ่องกง รอบชิงทองแดง ชวดได้เหรียญอย่างน่าเสียดาย ทำให้ทีมเรือพายชายฝั่ง คว้ามาได้ 3 ทอง 1 เงิน 1 ทองเเดง จบด้วยการเป็นเจ้าทะเล และถือเป็นผลงานเกินเป้าจากที่หวังเพียง 1 เหรียญทองเท่านั้น
ปันจักสีลัตแจ่มเก็บ3ทองให้ทัพไทย
ขณะที่การชิงชัยเหรียญอื่นๆ ปันจักสีลัต ประเภทต่อสู้ รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งมีชิงทั้งสิ้น 12 เหรียญทอง โดยไทยผ่านเข้าชิงได้ 4 รุ่นด้วยกัน โดยในรุ่น 50 กก.หญิง ฟิรดาวส์ ดุรอแม โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่ออกอาวุธเอาชนะ ปริ๊นเซสลิน อโนเปีย จากฟิลิปปินส์ ไปได้ 5-0 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครอง
นอกจากนี้ ไทยยังได้อีก 2 เหรียญทอง ในรุ่น 55 กก.หญิง สุดา เหลืองอภิชาติกุล เอาชนะ เถา ธิ เทียต จากเวียดนามไปได้ 4-1 และรุ่น 65 กก.ชาย พรเทพ พูลแก้ว เอาชนะ เจฟเฟอร์สัน ลูน จากฟิลิปินส์ 5-0
ส่วนรุ่น 50 กก.ชาย ซาบีดี สาและ พบกับ เหงียน ทันห์ ทริ จากเวียดนาม ปรากฏว่าซาบีดี แพ้ไป 1-4 ได้เพียงเหรียญเงินเท่านั้น
สุดากล่าวว่า การแข่งครั้งนี้รู้สึกกดดันมากเพราะต้องเจอกับเจ้าภาพ ตัวคู่ต่อสู้ไม่เท่าไหร่ แต่กังวลเรื่องกรรมการ และเสียงเชียร์ของแฟนเจ้าถิ่น ทำให้ในยกแรกรู้สึกอึดอัด เล่นไม่ออก แต่เมื่อเข้าสู่ 2 ยกหลังก็เล่นได้ตามเกมที่วางไว้ รู้สึกภูมิใจที่สามารถคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ มีเหรียญไปฝากครอบครัว และคนทั้งชาติ
ตบชายหาดหญิงทะลุชิงจีน
วอลเลย์บอลชายหาด รอบรองชนะเลิศ ประเภททีมหญิง ทีมไทย “เอ-ส้ม” วรภัสสร รดารงค์ และธนะรัศมิ์ฐา อุดมฉวี เอาชนะ หวัง ฟาน และเซี่ย ซินยี่ จากจีนไปได้ 2 เซตรวด 21-19, 24-22 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับหวัง ซินซิน และถัง หนิงหยา จากจีน
พ.อ.อ.เพชรราช พุฒซ้อน ผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลชายหาดทีมหญิง กล่าวว่า เกมนี้แม้จีนจะเป็นต่อแต่นักกีฬาทำได้ดี แต่ในรอบชิงชนะเลิศจะยากกว่านี้ เพราะแข็งแรง และสดกว่าคู่ที่เจอมา ดังนั้น ต้องเน้นการรุกที่หลากหลายมากขึ้น
ส่วนทีมแฮนด์บอลหญิง ทีมไทย ในฐานะแชมป์เก่า ลงเล่นรอบตัดเชือก พ่ายให้กับ เวียดนาม 0-2 พีเรียด 13-17, 20-22 ทำได้เพียงเข้าชิงเหรียญทองแดงกับไต้หวันเท่านั้น
โปโลน้ำชาย วันสุดท้าย ชิง 1 ทอง จากการแข่งขันแบบพบกันหมด นัดสุดท้าย ไทยเอาชนะอัฟกานิสถาน 13-3 ทำสถิติ ชนะ 1 แพ้ 4 คว้าอันดับ 5 มาครอง ส่วนเหรียญทองตกเป็นของคาซัคสถาน
แซมโบ้ซิว1เงิน1ทองแดง
แซมโบ้ ชิง 3 ทอง ไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ 1 รุ่น คือ ฐิตาภา จันทร์สุกปลั่ง ในรุ่น 64 กก.หญิง โดยรอบแรกเอาชนะฮานาดี้ อัลฮามวี่ จากซีเรีย ก่อนที่รอบ 8 คนจะชนะ เดลูนูเว เกดาร่า จากศรีลังกา รอบรองชนะเลิศ ชนะ บุนยานเดลเกอร์ บัตต์ซอกต์ จากมองโกเลีย ทว่าในรอบชิงชนะเลิศ พ่ายให้กับดาวาอสุเรน มุนกาบัต จากมองโกเลีย ทำให้ได้เพียงเหรียญเงินเท่านั้น
นอกจากนี้ ไทยยังได้อีก 1 ทองแดง จากสุพัตรา นาหนอง ในรุ่น 72 กก.หญิง ที่เอาชนะ ตรัน ธุย ดุย จากเวียดนาม ในรอบชิงเหรียญทองแดง
มวยปล้ำ ชิง 3 ทอง ไทยคว้ามาได้ 1 ทองแดง ในรุ่น 60 กก.ชาย จาก คมชาญ งามทวีสุข โดยในรอบชิงทองแดง เอาชนะ อัลวิน โลเบรกูโต้ จากฟิลิปปินส์
ทัพไทยชวดเจ้าทองแน่นอนแล้ว
ทัพนักกีฬาไทย แม้จะเก็บเพิ่มได้ 7 ทอง แต่พลาดการป้องกันแชมป์เจ้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 5 แน่นอนแล้ว แม้ว่าในการชิงชัยเหรียญทองวันสุดท้าย (2 ต.ค.) จะมีเหรียญชิงถึง 26 ทอง แต่มีกีฬาที่ไทยไม่ได้ส่งแข่งขันคือโววีนั่ม 3 ทอง และคอมแบตเวียดนาม 11 ทองด้วยกัน
สรุปเหรียญ (ทอง-เงิน-ทองแดง) 1.เวียดนาม (42-36-42) 2.ไทย (34-22-29) 3.จีน (12-16-18) 4.มองโกเลีย (6-4-7) 5.อิหร่าน (6-4-6) 6.กัมพูชา (5-1-7) 7.จอร์แดน (4-4-5) 8.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (4-2-3) 9.มาเลเซีย (3-6-4) 10.คาซัคสถาน (3-5-3)
‘บิ๊กต้อม’เห็นด้วยเลื่อนบีชเกมส์4ปีครั้ง
“บิ๊กต้อม”” นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย เปิดเผยถึงกรณีที่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) จะปรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ เป็น 4 ปีครั้งว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มีการสรุปออกมาอย่างเป็นทางการ รวมไปถึงเจ้าภาพครั้งต่อไปก็ยังไม่ได้มีการสรุปว่าจะให้ใครเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีทั้งอินเดีย, ไต้หวัน และเติร์กเมนิสถาน ที่ยื่นขอเสนอเป็นเจ้าภาพอยู่
บิ๊กต้อมกล่าวต่อว่า การปรับบีชเกมส์เป็น 4 ปีครั้ง เป็นเรื่องดี เพราะทุกวันนี้มีทัวร์นาเมนต์เป็นจำนวนมาก อีกทั้งบีชเกมส์เองยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก เพราะหลายชาติก็ไม่ส่งนักกีฬามาแข่ง หรือรัฐบาลบางประเทศก็ไม่ให้การสนับสนุนด้วย ถ้าหากเลื่อนเป็น 4 ปี ก็จะทำให้มีความกระหายในการแข่งมากขึ้น
‘กกท.’เห็นต่างควร2ปีแต่เน้นกีฬาบีช
ด้าน “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า การปรับบีชเกมส์ จาก 2 เป็น 4 ปี มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือจะได้สอดคล้องกับมหกรรมกีฬาอื่นๆ แต่ในความคิดส่วนตัวนั้นจะส่งผลเสียมากกว่า เพราะกีฬาบีชเกมส์จริงๆ อย่างเช่นฟุตบอลชายหาด, วอลเลย์บอลชายหาด หรือเจ็ตสกี ไม่ได้อยู่ในมหกรรมกีฬาสากลต่างๆ จึงไม่มีทัวร์นาเมนต์ให้แข่งเท่าไหร่นัก ถ้าเป็น 4 ปีอาจจะทำให้นักกีฬาเลิกเล่นเลยก็ได้
“บีชเกมส์ทุกวันนี้กลายเป็นมาเชียลอาร์ตมากเกินไป เช่น เปตอง มวย เพาะกาย หรือกีฬาต่อสู้ มันไม่ใช่กีฬาที่เป็นชายหาด ลองดูจากโอลิมปิกฤดูหนาว ที่นำแต่กีฬาที่เล่นบนหิมะเพียง 5-6 ชนิดมาแข่งขัน ก็ยังสามารถทำให้การแข่งขันเกิดขึ้นได้ อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสนใจเรื่องนี้ ไม่งั้นอนาคตบีชเกมส์อาจจะเสื่อมลงได้” นายสกลกล่าวปิดท้าย










