‘ซูซูกิคัพ’ รอบรอง-ชิง หวด 2 นัด แต่ยืนยันไม่ใช้กฎ ‘อเวย์โกล’

24.11.21 | 07:55 น.

‘ซูซูกิคัพ’ รอบรอง-ชิง หวด 2 นัด แต่ยืนยันไม่ใช้กฎ ‘อเวย์โกล’

ความเคลื่อนไหวทัพ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่มีโปรแกรมทวงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2564-1 มกราคม พ.ศ.2565 โดยช้างศึก อยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับพม่า, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และติมอร์เลสเต

โดยในศึกซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ จัดขึ้นในระบบมีเจ้าภาพกลาง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ว่ายังคงรูปแบบเดิมไว้ คือแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม นำทีมแชมป์และรองแชมป์กลุ่มเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป ซึ่งในรอบรองชนะเลิศ​และรอบชิงชนะเลิศ ก็ยังแข่งขันแบบเหย้า-เยือน 2 นัด แม้ว่าจะมีเจ้าภาพกลางอยู่แล้วก็ตาม

ซึ่งนายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้รอบรองและรอบชิงชนะดเลิศ จะแข่งขันแบบ 2 นัดเหย้า-เยือน แต่จากที่ได้ประชุมล่าสุด ทางสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน​ (เอเอฟเอฟ) ก็ได้ตัดสินใจยกเลิกกฎอเวย์โกลในครั้งนี้ไป เท่ากับว่าใน 2 เกมจะเป็นการวัดกันว่าใครยิงได้มากที่สุด ก็จะได้ผู้ชนะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ หรือถ้าเสมอกันก็จะต่อเวลาพิเศษ และยิงจุดโทษหาผู้ชนะต่อไป

สำหรับฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2020” ทีมชาติไทย อยู่กลุ่ม เอ โปรแกรมเตะรอบแรก วันที่ 5 ธันวาคม พบ ทีมเพลย์ออฟ, วันที่ 11 ธันวาคม พบ พม่า, วันที่ 14 ธันวาคม พบ ฟิลิปปินส์ และวันที่ 18 ธันวาคม พบ “เจ้าภาพ” สิงคโปร์