หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ เปิดฉากเรือใบ...

เปิดฉากเรือใบวันกีฬาแห่งชาติ 2564 น้อมรำลึกพระอัจฉริยภาพ ในหลวง ร.9

14.12.21 | 15:23 น.

เปิดฉากเรือใบวันกีฬาแห่งชาติ 2564 น้อมรำลึกพระอัจฉริยภาพ ในหลวง ร.9

พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันเรือใบวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2564 ที่ศูนย์สมุทรกีฬา อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม โดยมีนักแล่นใบในสังกัดสมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ ชมรม และสโมสรต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขันกันอย่างคับคั่ง

สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กองทัพเรือ และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการสร้างเรือใบโอเค จำนวน 10 ลำ พร้อมกับจัดให้มีการแข่งขันเรือใบวันกีฬาแห่งชาติ ในระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2564 ที่อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพในกีฬาเรือใบ อีกทั้งยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการเผยแพร่กีฬาเรือใบให้เป็นที่แพร่หลาย

การแข่งขันในครั้งนี้ ประกอบด้วย การแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ประเภทเลเซอร์ 4.7 และประเภทออพติมิสต์ มีเรือใบประเภทต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวนทั้งสิ้น 81 ลำ นักกีฬา 80 คน แยกเป็น ประเภทโอเค 24 ลำ ประเภทเลเซอร์ 4.7 13 ลำ และประเภทออพติมิสต์ 44 ลำ ทำการแข่งขันจำนวน 3 วัน โดยจะมีพิธีมอบรางวัลในวันที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 16.30 น. ที่ศูนย์สมุทรกีฬา อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดกีฬาเรือใบเป็นพิเศษ และทรงมีพระปรีชาสามารถในการแล่นใบ รวมทั้งมีพระอัจฉริยภาพในการต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง ทรงต่อเรือขึ้นมาอีกลำหนึ่งเป็นเรือใบประเภทโอเค พระราชทานนามเรือว่า “VEGA” หรือ เวคา (เป็นชื่อดาวที่สุกใสดวงหนึ่ง) ทรงใช้เรือลำนี้เสด็จฯ ข้ามอ่าวไทยจากพระราชวังไกลกังวลหัวหิน ไปขึ้นฝั่งที่หาดเตยงามในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2509 ซึ่งต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหางเสือเรือเวคา เพื่อเป็นรางวัลนิรันดรในการแข่งขันเรือใบระยะทางไกลของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2510 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จขึ้นประทับบนแท่นรับเหรียญรางวัล เนื่องในวโรกาสที่ทรงเป็นนักกีฬาผู้ชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ชัยชนะในครั้งนั้นได้แสดงถึงพระปรีชาสามารถในการทรงเรือใบให้เป็นที่ประจักษ์ เนื่องจากทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรก และพระองค์เดียวในทวีปเอเชียที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือใบนานาชาติ จนเป็นที่ยอมรับ และจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการกีฬาระดับโลก และต่อมาทางราชการได้ถือวันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันกีฬาแห่งชาติ นับเป็นเกียรติประวัติแห่งความภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทย มาจนถึงทุกวันนี้

Advertisement

นอกจากนั้น ยังทรงรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 , 6 และ 8 รวมทั้งกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 , 8 และ 13 ซึ่งเป็นกีฬาระดับนานาชาติไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนทรงเป็นองค์ราชูปถัมภ์ของสมาคมกีฬาสมัครเล่น เรือใบฝีพระหัตถ์ลำแรกที่ทรงต่อด้วยพระองค์เองเป็นเรือใบพระที่นั่งเอ็นเตอร์ไพรส์ โดยพระราชทานนามเรือว่า “ราชปะแตน” และต่อมาทรงต่อเรือใบประเภทโอเคขึ้นอีก พระราชทานนามว่า “นวฤกษ์” ซึ่งเรือนวฤกษ์นี้เองทรงนำมาใช้ในการแข่งขันกีฬาเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 พระอัจฉริยภาพด้านกีฬาเรือใบ ยังเป็นที่ปรากฏและยอมรับ

เมื่อ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงคิดค้น ออกแบบ และสร้างเรือใบขึ้นมาด้วยพระองค์เอง พระราชทานนามว่า “เรือใบแบบมด” ทรงมีรับสั่งว่า “ที่ชื่อมดนั้นเพราะมันกัดเจ็บๆ คันๆ ดี” ต่อมาทรงพัฒนาเรือแบบมดขึ้นมาใหม่โดยได้พระราชทานนามว่า เรือใบ “แบบซูเปอร์มด” และเรือใบในตระกูลมดนี้ลำสุดท้ายที่ทรงออกแบบคือเรือใบแบบ “ไมโครมด” ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักแล่นเรือใบทั้งหลาย นอกจากนี้ ยังทรงก่อตั้งสโมสรเรือใบส่วนพระองค์ขึ้นคือ สโมสรเรือใบจิตรลดา ทั้งยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณรับสโมสรเรือใบต่างๆ มาไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์เช่น สโมสรเรือใบราชวรุณ สโมสรเรือใบกรมอู่ทหารเรือ สโมสรเรือใบฐานทัพเรือสัตหีบ สโมสรเรือใบนาวิกโยธิน และสโมสรเรือใบกองเรือยุทธการ เป็นต้น

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการกีฬาเรือใบ ไว้ว่า

“การแล่นใบ สอนให้คนคิดเอง ทำเอง เพราะเมื่อเราลงไปเล่นเรือใบแล้วเรือไม่วิ่ง จะไม่มีใครมาคอยสอน เราต้องคิดเอง ทำเอง ว่าลมมาทางไหน ลมแรงขนาดนี้ เราสู้ไหวไหม ถ้าไหวเราก็สู้ แต่ถ้าไม่ไหวแล้วเรายังสู้ เรือก็จะคว่ำ ถ้าลมเบา เราจะต้องทำอย่างไรเรือจึงจะวิ่ง แล้วถ้าไม่มีลมเราจะทำอย่างไร เราก็ควรจะนั่งรอสักครู่ให้ลมมา ถ้าเราเล่นเรือเป็น ดูทิศทางลมเป็น ถ้าเราเป็นตัวนี้ เด็กไทยเป็นตัวนี้แล้วนำมาใช้ในชีวิต นำมาใช้ในกิจการงานได้ ไม่มีทางขาดทุน เพราะรู้เทคนิคการใช้ชีวิต เด็กไทยจะรู้จักและเข้าใจในการคิดเอง ทำเอง”

รวมถึงยังได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับการกีฬาไว้ว่า “การกีฬามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคนและชีวิตบ้านเมือง” ซึ่งพระราชดำรัสนี้แสดงให้เห็นถึงพระราชปณิธานในเรื่องการส่งเสริมการกีฬาว่าเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคคลและประเทศชาติ

ด้วยพระราชกรณียกิจที่ทรงพระปรีชาสามารถทางการกีฬาจนเป็นที่เลื่องลือ และได้มีการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการกีฬาอันเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ และได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองดุษฏีกิตติมศักดิ์ของโอลิมปิก คือ “อิสริยาภรณ์โอลิมปิกสูงสุด (ทอง)” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2530 นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ทรงได้รับเกียรติยศดังกล่าว นอกจากนี้มหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2534