‘ชาญวิทย์’ เหน็บกีฬาไม่เกี่ยวการเมือง – ชี้ใครเล่นเกมถือว่าไม่มีสปิริตนักกีฬา

23.12.21 | 18:40 น.

‘ชาญวิทย์’ เหน็บกีฬาไม่เกี่ยวการเมือง – ชี้ใครเล่นเกมถือว่าไม่มีสปิริตนักกีฬา

 

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกีฬา วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเสนอพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 ว่า กรณีดังกล่าวหากรัฐบาลอนุมัติเป็น พ.ร.ก. ในวันที่ 28 ธันวาคมแล้ว ถือว่ามีผลบังคับใช้ได้ โดยไม่ต้องนำเข้ารัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขกฎหมายสารกระตุ้น อย่างไรก็ตามการแบนห้ามใช้ธงชาติไทยในเกมแข่งขันกีฬาขององค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (วาด้า) นั้น เหตุผลสำคัญคือ ต้องการให้ไทยแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับกติกาของวาด้า ที่สำคัญคือ การจัดตั้งองค์กรตรวจสอบการใช้สารต้องห้ามให้เป็นองค์กรอิสระ และมีการรับรองทางกฎหมาย เพราะวาด้ามองว่าหากยังอยู่ภายใต้หน่วยงานรัฐอาจทำให้การทำงานไม่มีอิสระ และถูกอิทธิพลครอบงำ ไม่กล้าลงโทษ ซึ่งการเตรียมการดังกล่าวของไทยเรียบร้อยแล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องกฎหมาย

นายชาญวิทย์กล่าวต่อว่า กฎของวาด้า ต้องการให้มีมาตรการลงโทษตัวบุคคล เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีการตรวจพบสารต้องห้ามจากผู้ฝึกสอน หรือนักกีฬา แต่สมาคมกีฬาไม่มีการลงโทษที่จริงจัง ตามกฎของวาด้าคือ ให้แบนตลอดชีวิต แต่ของไทยที่ผ่านมามีคำสั่งปลดเเท่านั้น ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้สำนักงานกฤษฎีกายกร่างกฎหมายเรียบร้อยแล้ว และออกเป็น พ.ร.ก. เพราะหากแก้ไขเป็น พ.ร.บ.ในสภา เรื่องจะยาวและเมื่อรัฐบาลเห็นชอบ พ.ร.ก.แล้ว ต้องนำเข้าสภาให้พิจารณาอีกรอบ

“ผมมั่นใจว่าเรื่องกีฬาไม่เกี่ยวกับการเมือง หากใครเล่นเรื่องนี้ถือว่าไม่มีสปิริตนักกีฬา และเท่าที่หยั่งเสียงในการประชุมรัฐสภา มีการสอบถามว่าทำไมถึงถูกแบน ผมเชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหา แม้ในสมัยประชุมปัจจุบันจะพบการประชุมล่มบ่อยครั้ง ดังนั้นต้องรอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งว่าจะแยกเข้าทีละสภา หรือประชุมร่วมรัฐสภา หากเข้าประชุมร่วมรัฐสภา ก็เชื่อว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีตก” นายชาญวิทย์กล่าว

นายชาญวิทย์กล่าวต่อไปว่า เชื่อว่าเมื่อประเทศไทยออก พ.ร.ก.เพื่อแก้ไขให้เรียบร้อยและรวดเร็ว และวาด้าเห็นด้วยไม่มีปัญหา ประเทศไทยจะถูกปลดล็อก แต่จะปลดล็อกทันที หรือรอให้ครบระยะเวลา 1 ปี ในเดือนตุลาคม 2565 ก็ขึ้นอยู่กับวาด้าพิจารณา และเมื่อพิจารณาช่วงดังกล่าวแล้วพบว่าจะคลุมถึงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ วันที่ 12-23 พฤษภาคม 2565 และเอเชี่ยนเกมส์ วันที่ 10-25 กันยายน 2565 ส่วนกรณีลงโทษแบนห้ามใช้ธงชาติไทยในการแข่งขันกีฬานานาชาติ รวมถึงกองเชียร์ในสนามด้วยแม้จะหนัก แต่ถือว่าเบากว่ามาตรการอื่นๆ เช่น ห้ามใช้ชื่อทีมชาติไทยแข่งขัน

Advertisement