สกู๊ปหน้า 1 : กีฬาไทยเร่งเครื่อง ปลดโทษแบน ‘วาด้า’
จู่ๆ ก็มีการจุดพลุขึ้นมา กรณีประเทศไทยถูก องค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (วาด้า) ลงโทษแบนห้ามจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ และใช้ธงชาติไทยในการร่วมแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา
การลงโทษแบนของวาด้าไม่ได้ส่งผลที่ตัวนักกีฬา เพราะนักกีฬายังสามารถเข้าร่วมแข่งขันทุกมหกรรมกีฬาได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถใช้ “ธงชาติไทย” บนอกเสื้อ รวมถึงธงชาติไทย หากมีแข่งขันมหกรรมกีฬาในห้วงนี้จะต้องใช้ธง “TOC” หรือธงสัญลักษณ์ของสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องทดแทนไป จนกว่าไทยเราจะแก้ไขปัญหาตามที่วาด้าเรียกร้อง
ต้องเข้าใจก่อนว่า สาเหตุใหญ่ที่วาด้าลงโทษแบนประเทศไทยในเวทีกีฬาโลกนั้น ไม่ได้เกิดจากนักกีฬาไทยไปใช้สารต้องห้าม หรือเราละเลยปล่อยให้มีการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬา แต่เกิดจากรายละเอียดในบางมาตราของ “พระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555” ไปขัดแย้งกับกระบวนการทำงาน และกฎบัตรของวาด้า
วาด้าจึงสั่งให้ไทยดำเนินการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด เมื่อเราแก้ไขเสร็จสิ้น เราก็ไปขอ “ปลดโทษแบน” จากวาด้า…นับตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคมเป็นต้นมา คีย์แมนกีฬาของเมืองไทยนำโดย “บิ๊กป้อม”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูลไอโอซีเมมเบอร์ชาวไทย หรือแม้กระทั่งผู้นำประเทศอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งเฉยต่อกรณีที่ไทยโดนวาด้าแบน ทุกคนทราบดีว่าต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเร่งแก้กฎหมายของไทยในพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 ให้เป็นไปตามที่วาด้าต้องการ
ที่ผ่านมาคนกีฬาต่างร่วมแรงร่วมใจทำงานเชิงรุก ทั้งการยกร่างแก้ไขกฎหมาย ขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตีความ ประชุมกันตลอดสัปดาห์ละ 2-3 วันเพื่อหวังให้ประเทศไทยได้รับการปลดโทษแบนภายในเวลา 4 เดือนตามกรอบเวลาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดไว้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า การแก้กฎหมายของไทย มีขั้นตอนซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในกระบวนการทำงาน
เรื่องราวดังกล่าวถูกจุดพลุขึ้นมาหลังจาก “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ จับคู่กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ไปคว้าแชมป์โลกแบดมินตัน ประเภทคู่ผสม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขั้นตอนการรับ “แชมป์โลก” สหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูเอฟ) อนุญาตให้มีการเปิด “เพลงชาติไทย” ได้ แต่ธงไตรรงค์ไม่ได้รับการอนุญาต ทำให้ต้องใช้ธงสีขาว ข้อความว่า “Badminton Association Thailand” ชักขึ้นสู่ยอดเสา
นั่นเป็นการปฏิบัติตามหลักสากลกีฬาโลกที่คนกีฬาเมืองไทยต่างรับรู้มาตลอด และพยายามระดมทุกสรรพกำลังในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ที่ผ่านมาคนกีฬารับรู้กันตลอดว่า ทุกฝ่ายกำลังเร่งเครื่องทำงานอย่างสุดกำลังความสามารถอย่างเต็มที่ เพียงแต่ “คนนอก” อาจจะไม่รู้ว่า วงการกีฬากำลังทำอะไรอยู่ กำลังแก้ไขเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีวงการกีฬาไทยกลับคืนมา ในสายตาชาวโลก
“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เปิดใจว่า ปัญหาที่ “วาด้า” ลงโทษนั้นเป็นเรื่องของเทคนิคและกฎหมาย ไม่ใช่ความบกพร่องจากการตรวจสารต้องห้าม หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎบัตรของวาด้า แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายของเราไม่สอดคล้องกับระเบียบของวาด้า การทำงานของ กกท. หลังจากได้รับทราบว่าวาด้าได้อัพเดตกฎบัตรอยู่ตลอดเวลา ครั้งล่าสุดก็เมื่อต้นปี 2564 ทุกประเทศต้องปรับให้กฎหมายมีความสอบคล้องกับระเบียบวาด้า ไทยมีการดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบของสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางกีฬาของเรา มีการประสานกับวาด้า มาโดยตลอดตั้งแต่ต้นปี จนระเบียบข้อบังคับของสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางกีฬา สอดคล้องกับวาด้าทุกประเด็นแล้ว แต่เมื่อประมาณปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางวาด้าได้แจ้งว่ามีบางประเด็นยังต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับระเบียบของวาด้า
“วาด้าได้แจ้งให้แก้ไขระเบียบบางข้อเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยตีกรอบให้ประเทศไทยแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถทำตามได้ตามกรอบเวลาที่วาด้ากำหนด เนื่องจากต้องมีการแก้ไขกฎหมายทั้งฉบับ เป็นกฎหมายแม่ จะต้องมีกระบวนการต่างๆ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 เดือน เรื่องของการโดนแบนธงชาติ รายการซีเกมส์ กลางปีหน้า จะไม่เกี่ยว แต่เอเชี่ยนเกมส์ ปีหน้าเราโดนตรงๆ บางมหกรรมเราโดน บางมหกรรมเราไม่โดน โอลิมปิกและพาราลิมปิก ไม่โดน และเราสามารถใช้ธงชาติไทยได้ แต่ว่ารายการชิงแชมป์โลก ชิงแชมป์ทวีป สิ่งที่เราโดนแบนอยู่นั้น เราเองก็ไม่ได้ละเลย และต้องเร่งแก้ให้เร็วที่สุด” ผู้ว่าการ กกท.กล่าว
“บิ๊กก้อง” เล่าว่า หากแก้ไขครั้งนี้ จะเป็นการแก้ในลักษณะให้กฎหมายหลักเป็นกฎหมายกว้างๆ และทุกอย่างที่เป็นรายละเอียด ถ้าหากหลังจากนี้วาด้ามีอะไรแก้ไขอีก ก็จะไม่ต้องแก้ไขกฎหมายหลักแล้ว สามารถไปแก้ตัวกฎหมายลูกได้ จะทำ
ได้รวดเร็วขึ้นกระบวนการต่างๆ ตอนนี้ได้ผ่านการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา เตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าอย่างช้าวันที่ 28 ธันวาคมนี้ จากนั้นรอดูว่าจะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ถ้าเป็น พ.ร.ก.จะลดขั้นตอนลง คาดว่าเสร็จราวๆ เดือนมกราคม พ.ศ.2565 แต่ถ้าเป็น พ.ร.บ. จะต้องผ่านสภา แต่อย่างช้าก็จะไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 หลังจากนั้นจะมาประกาศเป็นกฎหมาย และออกกฎหมายลูกออกมาบังคับใช้ต่อไป
“หลังจากทุกขั้นตอนของการแก้ไขกฎหมายในประเทศเรียบร้อย จะดำเนินการประสานกับวาด้า เพื่อขอให้ปลดโทษแบนเร็วกว่ากำหนด แบ่งเป็น 3 เรื่องคือ การให้คนไทย หรือตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าไปเป็นกรรมการในสหพันธ์กีฬานานาชาติ, เรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน จะปลดล็อกทันทีเมื่อแก้ไขกฎหมายเรียบร้อย แต่เรื่องธงชาติไทยนั้น ตามกฎจะต้องรอถึงการแข่งขันครั้งต่อไป (ช่วงซีเกมส์ เดือนพฤษภาคม) แต่ถ้ารอจะเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จึงจะขอให้ทางวาด้ายกเว้นโทษนี้ทันที อยู่ที่ดุลยพินิจของวาด้า แต่ถ้าไม่ได้ก็เตรียมทำเรื่องไปยังซีเอเอส (อนุญาโตตุลาการศาลกีฬาโลก) จะทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ทุกขั้นตอน ทาง กกท.พยายามเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ที่ผ่านมาประสานความเข้าใจกับทางวาด้ามาตลอด เป็นไปด้วยดี ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยให้ทุกขั้นตอนเร็วขึ้น กกท.เองอยากเห็นประเทศไทยพ้นโทษแบนโดยเร็วที่สุด” บิ๊กก้องกล่าว
นี่คือการอัพเดตการทำงานของผู้เกี่ยวข้องในภารกิจปลดล็อกโทษแบนจากวาด้ากำลังเร่งมืออยู่

