“บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานแถลงการแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลก ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 31 ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ บ้านอัมพวัน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม
พล.ต.จารึกกล่าวว่า ตะกร้อคิงส์คัพ ครั้งที่ 31 แข่งขันระหว่างวันที่ 17-23 ตุลาคม ที่แฟชั่นไอส์แลนด์ มีทัพนักตะกร้อจาก 27 ประเทศ 710 คนเข้าร่วม แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ได้แก่ เซปักตะกร้อทีมชุดชาย(ถ้วยพระราชทาน)-หญิง, เซปักตะกร้อทีมเดี่ยวชาย-หญิง, เซปักตะกร้อคู่ทีมเดี่ยวชาย-หญิง, ตะกร้อลอดห่วงสากลชาย-หญิง และกีฬาสาธิต เซปักตะกร้อทีมเดี่ยว 4 คน ทั้งชายและหญิง สำหรับทีมไทยไม่ส่งประเภททีมเดี่ยวชาย และหญิง เพราะเป็นระเบียบสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติที่ให้ส่งได้เพียง 8 จาก 10 รายการ โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง 3 (เอสดี, เอชดี) จำนวน 6 แมตช์ วันที่ 21-23 ตุลาคม ซึ่งเป็นรอบรองชนะเลิศ เวลา 09.00-11.00 น. และชิงชนะเลิศ เวลา 16.00-18.00 น.
นายบุญชัย หล่อพิพัฒน์ เลขานุการคณะกรรมการจัดฯ กล่าวว่า ปีนี้มีประเทศเข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แสดงถึงการเติบโตของวงการตะกร้อโลก ที่สำคัญมีถึง 24 ประเทศที่ส่งแข่งขันในรายการทีมชุดชายที่เป็นรายการชิงถ้วยพระราชทาน ขณะที่ทีมชุดหญิงมี 12 ชาติส่งแข่ง นอกจากนั้นยังมี 2 ชาติที่ขอเก็บตัวกับศูนย์ฝึกตะกร้อนานาชาติที่ไทยล่วงหน้าก่อนแข่งขันคือ อินเดีย และฟิลิปปินส์
พล.ต.จารึก เปิดเผยหลังแถลงข่าวว่า หวังแชมป์ทั้ง 8 รายการที่ส่งแข่งขัน โดยเฉพาะทีมชุดชายที่ไทยเป็นแชมป์มาทุกครั้ง ครั้งนี้จะต้องคว้าแชมป์สมัยที่ 31 ให้ได้ ส่วนรายการที่เหลือต้องทำให้ได้เช่นกัน สำหรับทีมเดี่ยวชาย และหญิง ให้ต่างชาติไปชิงกันเอง เพราะถ้าไทยส่งหมดได้แชมป์หมดคงไม่มีใครอยากมาแข่งด้วย
ส่วนการเตรียมทีมตะกร้อไทยสู้ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ในปีหน้านั้น พล.ต.จารึกกล่าวว่า เนื่องจากมาเลเซียเป็นคู่ปรับตลอดกาล และเป็นเจ้าภาพ ทำให้ต้องระวังให้ดีและเตรียมตัวกันให้ดี ตอนนี้อีเวนต์ยังไม่ประกาศออกมา แต่ก็ต้องเตรียมทีมไว้ก่อน ส่วนตัวมองว่าถ้าเรื่องโกงคงเป็นไปได้ยาก และไทยพลาดเหรียญทองตะกร้อยากมาก เนื่องจากตอนนี้ฝีเท้าของ 2 ประเทศต่างกันอย่างชัดเจน แต่ได้ยินมาว่ามาเลเซียเตรียมทีมไว้อย่างเข้มข้นเช่นกัน

