ไทยประเดิมจัดวอเตอร์เจ็ตชิงแชมป์โลก ปี 2023
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เห็นว่าการขับเคลื่อนกิจกรรมกีฬาให้ยกระดับไปสู่การเป็นจุดหมายกีฬาระดับโลก จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย ต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวได้อย่างดีมากอีกแนวทางหนึ่ง จึงกำลังพยายามขับเคลื่อนงานด้านนี้ให้มากยิ่งขึ้นหลายๆทัวร์นาเม้นท์กีฬาอาชีพ ใน 2-3 ปีมานี้ สร้างประโยชน์แก่ชาติได้ตรงเป้าหมาย นำไปสู่การขับเคลื่อนเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้ดี รวมถึงนำเข้าชาวต่างชาติได้เป็นจำนวนมาก ที่เป็นทั้งนักกีฬา ทีม และกองเชียร์ อาทิ ทัวร์นาเมนต์หลายๆ รายการ เช่น โมโตจีพี, UTMB วิ่งเทรล ซึ่งเป็นสนามระดับเวิลด์ซีรีส์ ที่ยอดดอยอินทนนท์ หรือ เจ็ตสกีเวิลด์คัพ ที่พัทยา ที่นำเข้าทีมแข่งทั่วโลกเป็นจำนวนมาก และแฟนๆกีฬายุโรปมีสถิติเข้าชมสูงที่สุด
นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับกีฬาเจ็ตสกี ตอนนี้ ประเทศไทยเป็นองค์กรจัดการแข่งขันอันดับที่ 1 ของโลก โดยแบรนด์ WGP#1 เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ และได้รับความเชื่อถือไปทั่วโลก ตรงนี้ ผมเห็นว่า ควรนำมาสร้างประโยชน์เพิ่มขึ้น จึงจะนำมาสร้างสรรค์ต่อยอด สร้างเป็นจุดหมายกีฬาระดับโลก เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรายการ คือ WGP#1 OFFSHORE WORLD CUP – PHUKET 2023 หรือ การแข่งขันวอเตอร์เจ็ต ชิงแชมป์โลก นอกชายฝั่ง รอบเกาะภูเก็ต ซึ่งจะบรรจุเข้าสู่ปฏิทินการแข่งขันของนักกีฬาทั่วโลก ในเดือนมีนาคม 2566 ทัวร์นาเมนต์นี้ จะรวมประโยชน์ 5 ข้อ ได้แก่ 1.ตั้งเป้านำเข้าทีมนักกีฬา และผู้ชมทั่วโลก 3,000 คน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ท่องเที่ยวให้กับพี่น้องประชาชน ช่วงการฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ได้ดีอีกทางหนึ่ง โดยตั้งเป้าราว 300 ล้านบาท 2.การแข่งออฟชอร์คือ นอกชายฝั่ง เราใช้ระยะห่างชายหาดประมาณ 2-3 กิโลเมตร ที่มีการจราจรเบาบาง และไม่กระทบต่อนักท่องเที่ยวบนชายฝั่ง แต่จะได้นำความสวยงามมุมต่างๆ มานำเสนอให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เห็นด้วย ซึ่งต่อไปกีฬาเจ็ตสกีก็จะพัฒนาไปสู่ระบบไฟฟ้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี
ข้อ 3.คือการต่อยอดแบรนด์กีฬาไทยสู่ระดับโลกอีกหนึ่งรายการ ข้อที่ 4.กิจกรรมนี้สามารถต่อยอดการเล่นเรือชนิดต่างเพิ่มขึ้น เช่น เรือส่วนตัว เรือยอร์ช เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าการท่องเที่ยว และข้อ 5. เป็นกลไกที่นำไปสู่การจัดทะเบียนเรือเจ็ตสกีอย่างถูกต้อง และขับเคลื่อนการปฏิบัติตามข้อกำหนดของภาครัฐได้อย่างดี กิจกรรมครั้งนี้จะจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับจังหวัดภูเก็ต หอการค้าภูเก็ต สมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต โรงแรมอังสนา และเครือลากูน่าภูเก็ต รวมไปถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้จัดการแข่งขัน WGP#1 ซึ่งต้องขอบคุณความร่วมมือของทุกฝ่าย ที่มุ่งมั่นจะทำงานให้สำเร็จเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยดังที่กล่าวมาข้างต้น

