ส.บอลแย้ม ‘ช้างศึก’ ได้ทีมอุ่นเครื่อง เล็งจัด ‘คิงส์คัพ’ ก.ย.นี้ เปิดแฟนบอลเข้าชม
หลังจากที่ทัพ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จบภารกิจการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020” ที่ประเทศสิงคโปร์ลงเป็นที่เรียบร้อย และได้เดินทางกลับถึงประเทศไทย ก่อนจะเข้าสู่มาตรการ Test & Go และแยกย้ายกลับยังสโมสรของตัวเองนั้น
โดยหลังจากนี้โปรแกรมของทีมชาติไทย จะมีช่วงการแข่งขันระดับนานาชาติ ตามปฏิทินสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่าเดย์) ในเดือนมกราคมและมีนาคม รวมถึงจะมีโปรแกรมสำคัญคือฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ในเดือนมิถุนายนนั้น
นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า ในช่วงของฟีฟ่าเดย์เดือนมกราคมกับมีนาคม นั้นทางสมาคมได้เตรียมการเอาไว้แล้วในการหาทีมอุ่นเครื่องทุกชุดทั้งทีมชาติไทยชุดใหญ่, ทีมชุดอายุไม่เกิน 23 ปี รวมถึงทีมฟุตบอลหญิง ครบหมดแล้ว แต่เนื่องจากว่าประเทศไทยได้ปรับมาตรการใหม่ในการเข้าประเทศเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุด มีการยกเลิกมาตรการ Test & Go ทำให้ต้องมีการรอดูมาตรการอีกครั้งหนึ่ง
“เราต้องรอดูวันที่ 4 มกราคม ที่ทางรัฐบาลจะประกาศมาตรการออกมาอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าเกิดต้องมีการกักตัว อาจจะต้องขอจัดการแข่งขันแบบบับเบิล ซึ่งต้องดูว่าทีมที่จะมานั้นยอมรับมาตรการดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะตอนที่เจรจาเอาไว้เป็นมาตรการ Test&Go ซึ่งถ้าผลตรวจเป็นลบพวกเขาสามารถออกไปไหนมาไหนได้ บางทีมเข้ามาไม่ต้องการกักตัว ฉะนั้นถ้ามาตรการเปลี่ยนไปก็คงต้องคุยอีกครั้งหนึ่ง” นายพาทิศกล่าว
นายพาทิศกล่าวเสริมว่า ในส่วนของอุ่นเครื่องเดือนมกราคม ยังพูดได้ยากว่าจะมีหรือไม่มีเกมอุ่นเครื่อง เพราะเวลาค่อนข้างกระชั้นชิดในการจะเปลี่ยนแปลงต่างๆ แต่ถ้าเป็นช่วงมีนาคม ยังพอมีเวลาจะหาทีมใหม่ได้ทัน
พ่อบ้านลูกหนังไทยกล่าวต่อว่า ในส่วนของเดือนมกราคมและเดือนมีนาคม จะเป็นเกมอุ่นเครื่องปกติ ไม่ได้มีผลจากบทลงโทษขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (วาด้า) แต่ในส่วนของการจัดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ นั้นยังไม่สามารถทำได้ เพราะถือว่าเป็นการขอจัดอินเตอร์เนชั่นแนล ทัวร์นาเมนต์ ต้องเคลียร์เรื่องโทษแบนของวาด้าให้เรียบร้อยจึงจะสามารถจัดการแข่งขันได้
“ในปีนี้จะมีฟีฟ่าเดย์ทั้งหมด 4 ครั้ง ในเดือนมกราคม-มีนาคมจะเป็นเกมอุ่นเครื่อง เดือนมิถุนายนจะเป็นฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือก ดังนั้นก็จะเหลือเพียงช่วงเดือนกันยายนเพียงช่วงเดียวที่จะมีโอกาสในการจัดคิงส์คัพได้ แต่ทางสมาคมฯต้องการจัดออกมาให้สมเกียรติที่สุด มีแฟนฟุตบอลเข้าชมได้ ดังนั้นก็ต้องรอดูมาตรการของประเทศอีกครั้งหนึ่ง ให้ทุกอย่างมันคลี่คลายมากที่สุดก็น่าจะเป็นเดือนกันยายนที่จะจัดแข่งได้” นายพาทิศกล่าวปิดท้าย

