หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ฮอนด้ายกระดับ...

ฮอนด้ายกระดับทีมแข่ง-นักบิดไทย หนุน สมเกียรติ ลุยโมโตทู ปีที่ 4 ธัชกร ล่าแชมป์เยาวชนโลก

20.01.22 | 16:12 น.

ฮอนด้ายกระดับทีมแข่ง-นักบิดไทย หนุน สมเกียรติ ลุยโมโตทู ปีที่ 4 ธัชกร ล่าแชมป์เยาวชนโลก

ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด แถลงข่าวนโยบายมอเตอร์สปอร์ต ประจำปี 2565 โดยมี นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายไกรทส วงษ์สวรรค์ อุปนายกสมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารร่วมด้วยที่ห้องประชุม ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กกท. หัวหมาก เมื่อวันที่ 20 มกราคม

ชิเกโตะ คิมูระ กล่าวว่า ในปี 2022 ฮอนด้ายังคงสานต่อนโยบายการยกระดับศักยภาพทีมแข่ง และนักบิดไทยไปสู่เวทีระดับโลก โดยเพิ่มความเข้มข้นครอบคลุม 3 องค์ประกอบหลักทั้ง Man, Machine และ Mechanic ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Strengthen Team Performance Professionally” รวมถึงการเพิ่มความท้าทายใหม่ทุกระดับการแข่งขัน ด้วยการปรับทัพนักแข่งให้ไปเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกับทีมแข่งระดับโลก ดำเนินการโดย ชินอิชิ อิโตะ ยอดนักบิดโมโตจีพีชาวญี่ปุ่น มุ่งสู่เป้าหมายการคว้าแชมป์ด้วยรถแข่ง Honda CBR Series ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ

สำหรับแผนงานมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” เข้าสู่ปีที่ 6 ฮอนด้ายังคงสานต่อโร้ดแมปการพัฒนานักแข่งอย่างเป็นระบบ เพื่อเป้าหมายผลักดันนักแข่งไทยสู่การแข่งขันโมโตจีพี ภายในปี 2025 นำโดยการส่ง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทย วัย 23 ปี ทำการแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลก รุ่นโมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ แบบเต็มตัวตลอดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ร่วมกับสังกัด “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” หมายเลข 35

ตามด้วย “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดดาวรุ่งวัย 21 ปี ที่ทำผลงานยอดเยี่ยม คว้า 4 โพเดียมบนเวทียุโรป เมื่อปีที่ผ่านมา จะได้รับโอกาสสู้ศึกชิงแชมป์นักบิดเยาวชนโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในรายการ เอฟไอเอ็ม ซีอีวี โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ภายใต้สังกัด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” หมายเลข 33 ควบคู่กับ รายการ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ ลงแข่งขันโดยใช้หมายเลข 5

Advertisement

ส่วนศึกชิงแชมป์ดาวรุ่งระดับทวีปเอเชีย รายการ อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ ในปีนี้ฮอนด้าส่ง 2 ดาวรุ่งที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้จัดการแข่งขัน ได้แก่ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร โดยจะเสริมทัพกับนักบิดรุ่นพี่ “หยก” ธนกร หลักหาญ ที่กำลังขยับผลงานในรายการนี้ได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่การแข่งขันในสายโปรดักชั่นไบค์ ภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” เข้าสู่ปีที่ 2 ฮอนด้าได้ต่อยอดความสำเร็จจากปีแรกที่คว้าแชมป์รายการต่างๆ ในนามทีมแข่ง “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” โดยในปีนี้มีการปรับทัพเพิ่มความท้าทายในทุกรายการแข่งขัน นำโดยการส่ง “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ ร่วมทัพทีมแข่ง แอสติโม เอสไอ เรซซิ่ง วิท ไทยฮอนด้า (Astemo SI Racing with Thai Honda) ภายใต้การคุมทีมโดย ชินอิชิ อิโตะ ยอดนักบิดโมโตจีพีชาวญี่ปุ่น ซึ่งเตรียมควบรถแข่ง Honda CBR1000RR-R FIREBLADE ใหม่ล่าสุด ลุยศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ รุ่น ASB1000 แบบเต็มฤดูกาล

ทางด้าน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช เพิ่มความท้าทายในฐานะตัวแทนนักบิดสาวแกร่งหนึ่งเดียวของไทย ในรายการ เอ็มเอฟเจ ออล เจแปน โร้ด เรซ แชมเปี้ยนชิพ รุ่น ST600 ลงแข่งขันด้วยซูเปอร์สปอร์ตไบค์ Honda CBR600RR ภายใต้สังกัด แอสติโม ฮอนด้า ดรีม เอสไอ เรซซิ่ง (Astemo Honda Dream SI Racing) ที่มีนักบิดระดับโลกชาวญี่ปุ่นทำหน้าที่ผู้จัดการทีมแบบเต็มฤดูกาลเช่นกัน

ส่วนในรายการเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ รุ่น SS600 เป็นการคัมแบ๊กของ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ยอดนักบิดที่มีประสบการณ์ในศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ เตรียมจับคู่กับทีมเมท “นิว” กฤชพร แก้วสนธิ ด้วยรถแข่ง Honda CBR600RR ส่วนในรุ่น AP250 ส่งนักบิดดาวรุ่ง “ฟิล์ม” ปิยวัฒน์ ประทุมยศ โดยใช้รถแข่ง Honda CBR250RR

ฝั่งของเกมดวลความเร็วภายในประเทศ ในศึกชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ รุ่น SS1 600 ซีซี ฮอนด้าทำการปรับทัพใหม่ ส่ง 3 นักบิดแถวหน้า นำโดย “แชมป์” ภาสวิชญ์, “ชิพ” นครินทร์ และ “นิว” กฤชพร ร่วมกันผนึกกำลังล่าความสำเร็จในปีนี้

ขณะที่การแข่งขันประเภททางฝุ่น รายการชิงแชมป์ประเทศไทย เอฟเอ็มเอสซีที ไทยแลนด์ ซูเปอร์ครอส ฮอนด้ายังคงส่งยอดนักบิดดาวรุ่ง “แซงค์” กฤษฎา จำรูญจารีต เจ้าของแชมป์ 3 ปีซ้อน(2019-2021) ในรุ่น MX2-A ด้วยรถแข่ง Honda CRF250R โดยมีเป้าหมายโชว์ความแข็งแกร่งคว้าแชมป์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ เพื่อให้โร้ดแมปการพัฒนานักแข่งทำได้อย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ฐานรากโครงสร้างการพัฒนานักแข่งยังคงเป็นเสาหลักที่สำคัญ ในปีนี้ฮอนด้าได้เพิ่มความท้าทายใหม่ ด้วยการกำหนดหลักสูตร 3 ปี เสริมทักษะความเข้มข้นในการฝึกซ้อม และการแข่งขัน ภายใต้โครงการสร้างนักแข่งเยาวชน ทั้งรายการฮอนด้า อคาเดมี่ สำหรับนักบิดเยาวชนตั้งแต่อายุ 8-13 ปี และฮอนด้า ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ อายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งใช้รถแข่งเรซแมชชีนที่ได้มาตรฐานระดับโลกอย่าง Honda NSF100 และ Honda NSF250R ตามลำดับ

นอกจากนี้ ในส่วนของการยกระดับศักยภาพของนักบิดไทย เพื่อให้รองรับกับแผนงานทั้งหมด ฮอนด้าตัดสินใจให้ “ดรีม” สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง นักบิดมากประสบการณ์ เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนในตำแหน่งผู้ช่วยโค้ช ร่วมกับเฮดโค้ช “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ยอดนักบิดไทยคนแรกในศึกโมโตทู โดยมีนักบิดโมโตจีพีจากญี่ปุ่นอย่าง ชินอิชิ อิโตะ เป็นโค้ชที่ปรึกษาในด้านนี้โดยเฉพาะ

“ฮอนด้ามีความยินดีที่ได้ประกาศว่า นักแข่งของเราทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพและได้ไปต่อในรายการแข่งขันที่ใหญ่ขึ้น สุดท้ายนี้ฝากแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยร่วมติดตามและส่งกำลังใจเชียร์ทีมแข่ง ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ และนักแข่งฮอนด้าทุกคนด้วยครับ” ประธานกรรมการบริหาร ไทยฮอนด้า กล่าวสรุป

สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” รวมถึงส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH