KBU POLL เผยผลสำรวจคนแห่สนใจศึกแดงเดือดในไทย ยันส่งผลดีต่อประเทศ

1.03.22 | 14:04 น.

KBU POLL เผยผลสำรวจคนแห่สนใจศึกแดงเดือดในไทย ยันส่งผลดีต่อประเทศ

จากการที่ภาคเอกชนเตรียมจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการพิเศษ “THE MACT Bangkok Century Cup 2022 หรือศึกแดงเดือดด้วยการเชิญ 2 สโมสรดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มาแข่งขันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก กรุงเทพฯ ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 นั้น เพื่อเป็นการสะท้อนมุมมอง และส่งเสริมการมีส่วนของประชาชนที่เกี่ยวกับการจัดการแข่งขันดังกล่าว KBU SPORT POLLโดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตจึงสำรวจคิดเห็นเรื่อง “ปรากฎการณ์ศึกแดงเดือดกับมุมมองของแฟนลูกหนัง”

สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2565 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนทั่วไปทุกสาขาอาชีพที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,383 คน โดยแบ่งเป็นเพศชาย 825 คน คิดเป็นร้อยละ 59.66 เพศหญิง 558 คน คิดเป็นร้อยละ 40.34 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในภาพรวมพบว่า ความสนใจที่จะติดตามการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 89.93 สนใจ รองลงมาร้อยละ 7.46 ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 2.61 ไม่สนใจ

ช่องทางที่จะติดตามการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 41.11 ติดตามผ่านการถ่ายทอดสดทางวิทยุโทรทัศน์ รองลงมาร้อยละ 30.47 ติดตามผ่านทางโซเชียลมีเดีย และร้อยละ 28.42 ติดตามที่สนามการแข่งขัน และอื่นๆร้อยละ 3.01 ส่วนความเหมาะสมของการกำหนดราคาบัตรเข้าชมกับภาพเศรษฐกิจสังคมไทย ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.81ไม่เหมาะสม รองลงมาร้อยละ 35.93 เหมาะสม และร้อยละ 26.26 ไม่แสดงความคิดเห็น

ด้านประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการจัดการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 29.13 การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและสิทธิประโยชน์ รองลงมาร้อยละ 25.29 การเผยแพร่ชื่อเสียงของประทศ ร้อยละ 16.13 การสร้างแรงบันดาลใจในมิติของกีฬาฟุตบอลให้กับเด็กและเยาวชน ร้อยละ 14.08 การสร้างความสุขและความสนใจในมิติของกีฬาให้กับประชาชน ร้อยละ 12.57 การยอมรับจากนานาประเทศ และอื่นๆ ร้อยละ 2.80

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจดังกล่าวจะเห็นได้ว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สนใจที่จะติดตามการแข่งขันรายการดังกล่าว ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าการที่ 2 สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังระดับโลกจะออกมาดวลแข้งกันนอกเกาะอังกฤษคงจะไม่ง่ายนัก และประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของความเหมาะสมในการกำหนดราคาบัตรเข้าชมกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมไทยนั้นพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีมุมมองที่ใกล้เคียงกันถึงแม้ว่าจะเอนเอียงไปในทางที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้างก็ตาม

Advertisement

ซึ่งต่อกรณีนี้หากวิเคราะห์จากสภาพเศรษฐกิจของประเทศตลอดจนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการเข้าถึงด้านการสื่อสารในยุคดิจิทัลด้วยแล้วคงจะชี้ให้เห็นว่ารายได้ของประชน ณ ปัจจุบันอาจจะยังมีไม่มากพอสำหรับการซื้อตั๋วเข้าไปชมที่สนาม แค่ในทางกลับกันส่วนใหญ่ต่างมุ่งที่จะติดตามชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และโซเชียลมีเดียตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในมิติของการลงทุนที่ภาคเอกชนทุ่มลงไปนั้นต้องยอมรับว่า ประโยชน์ต่างๆ ที่ประเทศไทยจะได้จากการจัดศึกแดงเดือดในครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าประโยชน์จะเกิดกับประเทศ และสังคมอย่างเต็มๆ ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่มาจากการท่องเที่ยวหรือชื่อเสียงของประเทศและอื่นๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนอีเวนต์กีฬาระดับโลกของประเทศ โดยเฉพาะรายการดังกล่าวซึ่งไม่ง่ายนักที่จะจัดได้บ่อยครั้งหากรัฐบาล หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะจัดสรรงบประมาณบางส่วนที่สามารถดำเนินการได้เข้าไปสนับสนุนบ้างก็น่าจะวิน-วินกับทุกภาคส่ว นโดยเฉพาะการสร้างขวัญกำลังใจให้กับภาคเอกชนที่มุ่งมั่นเพื่อสังคมและชื่อเสียงของประเทศ