รอง อธ.อัยการศาลแขวงเปิดโทษ คดีทำร้ายร่างกาย เคส ‘อิศเรศ’ ฟันศอกใส่คู่แข่ง ผิดอาญา ชดใช้แพ่ง

15.03.22 | 11:28 น.

รอง อธ.อัยการศาลแขวงเปิดโทษ คดีทำร้ายร่างกายจากเคส ‘อิศเรศ’ สับศอกในสนามบอลใส่คู่แข่ง ผิดอาญา ชดใช้แพ่ง ฝากข้อคิดต้องมีสติ รู้กลืนกล้ำ เลิศล้ำเป็นยอดคน

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง ระบุถึงกรณี นายอิศเรศ น้อยใจบุญ นักฟุตบอลกองกลางของทีมบางกอก เอฟซี หลังจากก่อเหตุรุนแรงด้วยการฟันศอกใส่ นายศุภสัณฑ์ เรืองศุภนิมิต นักเตะของทีมมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ในการแข่งขันมังกรฟ้าลีก ไทยลีก 3 รอบเพลย์ออฟ เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

นายโกศลวัฒน์ระบุว่า ในเกมมีกรรมการ นอกเกมมีตำรวจ มีกฎหมายตัดสิน ถ้าอยากตัดสินเองต้องพร้อมตกเป็นผู้ต้องหา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย น้ำใจนักกีฬา อัยการหนุ่ยบอกให้รู้ กีฬา…ถ้าขาดสติ เปลี่ยนประเภทจากฟุตบอลเป็นมวย จะไปไม่สวย เพราะนอกเกม ชีวิตอาจจะเกม ผมเห็นข่าวนักฟุตบอลฟันศอกซ้ายเข้าเต็มๆ ที่หน้า ในสนามบอล ไม่ใช่สนามมวย เห็นข่าวครั้งแรกตกใจ เพราะอัยการจะคิดถึงกฎหมายทันที

นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่เห็นตามภาพข่าว คือเจตนาทำร้ายร่างกาย คิดถึงผลที่ตามมา คือข้อหาทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส คือถ้ารักษาเกิน 20 วัน โทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าไม่สาหัสโทษ จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ค่าเสียหายทางแพ่งต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ทำงานไม่ได้รายวันทั้งหมด หรือความเสียหายอื่นๆ ที่เกิดจากการใช้ชีวิตปกติไม่ได้ ต้องรับผิดชอบด้วย คิดเป็นเงินคงหนักหนาสาหัสเช่นกัน ตามข่าวเห็นว่าเข้าเอกซเรย์ สแกนสมอง พบว่ากระดูกหน้าร้าว แผลแตกเย็บไป 24 เข็ม ยังไม่สามารถรับประทานอาหารได้ ทีมฟุตบอลต้นสังกัดของผู้บาดเจ็บประกาศเอาเรื่องเต็มที่ ต่อไปนี้คงเจอทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาตามมา เพราะขาดสติเปลี่ยนประเภทฟุตบอลเป็นมวยนอกเกม ต้นสังกัดประกาศขับนักฟุตบอลหัวร้อนออก ชาวบ้านก็เข้าใจได้ว่าไล่ออกแล้ว เสียประวัติ ภาพข่าวปรากฏไปทั่วประเทศ

Advertisement

“แม้เจ้าตัวออกมาขอโทษ แต่ถ้ามีสติคงไม่ต้องขอโทษ สติจะหยุดตัวเราไม่ให้ทำเรื่องไม่ดี โดนเข้าไปขนาดนี้อาจดับอนาคตทางกีฬาฟุตบอล เสียโอกาสได้เล่นเกมที่ตนเองรัก เป็นบทเรียนที่แม้จะออกมาขอโทษแล้วแต่ก็บอกว่าเพราะเขาเข้ามาเตะผมทางด้านหลังก่อน เกมมีกติกานะครับ ถ้าเค้าเตะคุณด้านหลังกรรมการต้องเป็นคนพิจารณาลงโทษ ไม่ใช่คุณตรงเข้าฟันศอกคืน อย่างนี้เรียกว่าไร้กติกา ขาดสติลุแก่โทสะ ผลการกระทำต้องตามมาแน่นอน

“ส่วนค่าเสียหายที่อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ทางแพ่งรักษาพยาบาลเช่นนี้น่าจะเกิน 100,000 ทางอาญาอัตราโทษทางอาญาก็ไม่เบา ต้องลุ้นขอให้ศาลรอลงอาญาถ้าไม่รอ มีโอกาสเข้าเรือนจำได้

“ฝากกันไว้นะครับ ชีวิตประจำวันต้องมีสติ ถูกข่มเหงรังแก ในเกมมีกรรมการ นอกเกมมีตำรวจ มีกฎหมายตัดสิน ถ้าอยากตัดสินเองต้องพร้อมตกเป็นผู้ต้องหาตามกฎหมายไม่เคยอนุญาตให้ใครตัดสินกันเอง รู้กลืนกล้ำ เลิศล้ำ ความเป็นยอดคน อดทนอะไรไม่ได้ ชีวิตจะไปต่อลำบาก สติ ครับสติจะช่วยให้เรารู้จักคำว่าอดทน?” นายโกศลวัฒน์กล่าว

นายโกศลวัฒน์กล่าวอีกว่า มาตรา 297 ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

อันตรายสาหัสนั้น คือ
(1) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท
(2) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์
(3) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด
(4) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว
(5) แท้งลูก
(6) จิตพิการอย่างติดตัว
(7) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต
(8) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน

มาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง