ลุ้นระทึก!รอศาลปกครองตัดสินคดีกลุ่มต้านเลือกตั้งนายกฟุตบอลยื่นค้านเย็นนี้รู้ผล

10.02.16 | 16:02 น.

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ห้องพิจารณาคดี 2 ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนฉุกเฉิน คดีหมายเลขที่ 181/2559 ตามที่ พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยื่นฟ้องการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1 รวมถึงคณะกรรมการกลาง (FAT NC) และสมาคมฟุตบอลฯ โดยระบุว่าทำผิดข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลฯ ในการรับสมัครผู้ชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมกับขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ รวมถึงศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินคดีหมายเลขที่ 184/2559 ตามที่ พล.อ.จิระศักดิ์ บุตรเนียร ประธานสโมสรมุกดาหาร นาคราช ยื่นฟ้อง กกท., FAC NC และสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อเรียกร้องสิทธิตัวแทน 30 เสียงลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ชุดเดิมที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง พร้อมกับขอให้คุ้มครองชั่วคราวการเลือกตั้งเช่นกัน โดยมีนางสุปราณี กิตติกรณ์ ที่ปรึกษาและตัวแทน FAC NC ร่วมให้ข้อมูลชี้แจง รวมถึงมีนายธวัชชัย สัจจกุล ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ และนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอลฯ ร่วมรับฟังด้วย

ภายหลังศาลได้พิจารณาไต่สวนฉุกเฉินคดีเสร็จสิ้น พล.ต.ท.ชัยทรัพย์ เปิดเผยว่า ศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อพิจารณาว่าจะคุ้มครองการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งก็สุดแล้วแต่ศาลท่านจะมีคำสั่งออกมา โดยได้ให้ข้อมูลทั้งหมดตามข้อเท็จจริงว่ามีผู้สมัครไปสมัครกับ FAC NC และไม่ได้มาสมัครที่สำนักเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ซึ่งผิดข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลฯ โดยคงต้องรอคำสั่งศาลว่าจะออกมาอย่างไร ทั้งนี้เป็นช่องทางสุดท้ายแล้วที่เราจะสู้ และต้องขอบคุณพี่น้องแฟนบอลชาวไทยที่สนับสนุน ซึ่งไม่ต้องห่วง เพราะเราได้สู้เต็มที่แล้ว และจะสู้ตลอดไปเพื่อทีมชาติไทย ส่วนตัวแล้วไม่รู้สึกหนักใจ เพราะตัวเองได้รับความเสียหายและทำตามข้อบังคับทุกอย่าง ในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวฟีฟ่าแบนเลย เพราะไม่ใช่เป็นการที่รัฐแทรกแซง ซึ่งมีฝ่ายหนึ่งได้เอาเรื่องฟีฟ่าแบนมาใช้เป็นจิตวิทยา อย่างเมื่อก่อนสหพันธ์แบนสมาคมมวยสากลฯ ก็ไม่ส่งผลต่อนักมวยสากลทีมชาติไทยเลย โดยหลังจากนี้จะไปยื่นเรื่องร้องต่อนายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท.ต่อไปด้วย

พล.อ.จีระศักดิ์กล่าวว่า ศาลได้พิจารณาประเด็นที่มุกดาหารยื่นฟ้องไป ซึ่งศาลท่านระบุว่า ก่อนหน้านี้มุกดาหารได้ฟ้องไว้แล้วที่ศาลปกครองขอนแก่น ซึ่งอยู่ในขั้นอุทธรณ์ โดยศาลเห็นว่าครั้งนี้มีคำร้องหลายข้อที่เหมือนกันครั้งก่อน แต่มีบางข้อที่เป็นประเด็นใหม่จึงรวมรับไว้พิจารณาต่อไปแล้วศาลจะมีคำสั่งแจ้งให้ทราบภายในวันนี้

นายธวัชชัยกล่าวว่า โอกาสที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอยู่ 50-50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางฝั่ง FAT NC ก็ได้ชี้แจงข้อมูลในทางของเขา โดยศาลจะดูข้อมูลทั้งหมดเพื่อไปพิจารณาต่อไป ซึ่งก็ยังมีแนวโน้มโอกาสที่ศาลจะไม่รับคำร้อง และสามารถจัดเลือกตั้งก็เป็นไปได้

ขณะที่นางสุปราณีเปิดเผยว่า ได้ชี้แจ้งต่อศาลว่าอำนาจหน้าที่ของ FAC NC มีอยู่จริงซึ่งถูกแต่งตั้งโดยฟีฟ่าในสถานการณ์ไม่ปกติ รวมถึงไม่ใช่หน่วยงานรัฐหรือ กกท. และจะหมดวาระวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ โดยมีภารกิจในการจัดการ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการจัดการแข่งขัน ทั้งนี้ FAT NC มีอำนาจเต็ม ซึ่งจากการชี้แจงศาลท่านเข้าใจประเด็นนี้ ขณะที่การรับสมัครผู้ชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ คนละที่แล้วผิดข้อบังคับสมาคมฟุตบอลฯนั้น ถามว่าสำนักเลขาธิการกับ FAC NC ใครมีอำนาจ ซึ่งคณะกรรมการฉุกเฉินของฟีฟ่ามีข้อบังคับว่า FAC NC เปรียบเป็นสภากรรมการสมาคมฟุตบอลฯ และสำนักเลขาธิการเป็นฝ่ายจัดการแข่งขันเช่นฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก แต่ประเด็นนี้ศาลท่านถามว่าไปยื่นสมัครที่ไหนแล้วผู้สมัครถูกตัดสิทธิหรือไม่ โดยไม่มีผู้สมัครรายไหนโดนตัดสิทธิเลย จากนี้ก็คงรอคำสั่งศาล แต่ก็ยังไม่เป็นที่สุด เพราะยังมีศาลปกครองสูงสุดต่อไปด้วย

Advertisement

นางสุปราณี กล่าวว่า ทุกขั้นตอนทั้งหมดนี้จะกลับไปอธิบายรายละเอียดให้กับฟีฟ่าว่าเกิดอะไรขึ้น และฟีฟ่าจะดูว่าจะทำอย่างไร โดยในการเลือกตั้งวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้มั่นใจว่าจะเดินหน้าต่อไปได้โดยคำสั่งของฟีฟ่า ซึ่งจะมีตัวแทนฟีฟ่า, ตัวแทนสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) และตัวแทนสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน (เอเอฟเอฟ) มาร่วมสังเกตุการณ์ครบ 3 ฝ่ายเป็นครั้งแรก ส่วนกรณีที่ฟีฟ่าแบนแล้วจะเป็นอย่างไร แล้วรู้ได้อย่างไรว่าฟีฟ่าจะไม่แบน FAT NC ไม่ได้เดือดร้อนหากฟีฟ่าแบน เพราะได้ทำหน้าที่ตามที่รับมอบหมาย ขณะที่กรณีที่ฟีฟ่าจะยึดเวลาทำงานต่อไปหรือไม่ยังไม่ได้มีการพูดถึง สำหรับการไม่เปิดเผยรายชื่อตัวแทน 72 เสียงที่มีสิทธิโหวตนั้น เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวแทน และเป็นกฎที่ห้ามเปิดเผย โดยมีเพียงคนเดียวที่ทราบรายชื่อทั้งหมด แม้แต่ตัวเองยังไม่ทรายเลย

ด้านนายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า จากการที่ศาลไต่สวนฉุกเฉินที่ผ่านมานั้นก็คงต้องรอฟังคำสั่งศาลว่าจะคุ้มครองหรือไม่ แต่ปกติแล้วทุกสมาคมกีฬาต้องอยู่บนข้อบังคับของตัวเอง หากออกจากหลักนี้ไปจะเป็นอันตราย ซึ่งเรื่องนี้คนละเรื่องกับที่ฟีฟ่าจะแบนเลย นอกจากนี้อยากให้จับตาดูคดีที่นางอนงค์ ล่อใจ ประธานสโมสรสุราษฏร์ เอฟซี ยื่นฟ้องที่ศาลปกครอง จ.นครศรีธรรมราช ให้คุ้มครองสิทธิตัวแทน 30 เสียงดิวิชั่น 2 ซึ่งแม้จะยกคำร้องแล้ว แต่ก็กำลังพิจารณาอยู่เช่นกัน เพราะนางอนวค์โดนสวมสิทธิในวันเลือกตั้ง 30 เสียงดิวิชั่น 2 เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา

นายนรินท์กล่าวว่า หากศาลปกครองกลางไม่คุ้มครองชั่วคราว และให้จัดเลือกตั้งได้นั้น เท่าที่ตัวเองได้รับข้อมูลมาในวันเลือกตั้งจะมีกระบวนการของกลุ่มต่างๆ ทั้งผู้สมัครและสโมสรสมาชิกหลายสโมสรที่ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมกลางจะไปร้องเรียนต่อ กกท. เพราะหลังจากการเลือกตั้งไปแล้ว กกท.ในฐานะนายทะเบียนต้องไปรับเผือกร้อนในการรับรองการเลือกตั้งต่อไป ดังนั้นจะต้องได้รับข้อมูลจากทุกฝ่ายว่าจะมีกลุ่มเรียกร้องว่าจัดการเลือกตั้งได้อย่างไร บนพื้นฐานที่ผิดต่อข้อบังคับ อยู่ดีๆ อ้างฟีฟ่าแต่ไม่เห็นหนังสือฟีฟ่าสักฉบับ รวมถึงการคัดเลือกตั้วแทน 30 เสียงที่ผ่านมานั้นได้มาด้วยความไม่ชอบธรรม