หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ เข้าใจสถานการ...

เข้าใจสถานการณ์ประเทศ17ทีมลงมติยุติเกมแข่งขันฟุตบอลไทยลีก-‘ชัยนาท’ดื้อแพ่งเล็งฟ้องศาลกีฬาโลก+ยุบทีม(คลิป)

17.10.16 | 14:16 น.

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมหารือเรื่องการยุติการแข่งขันฟุตบอลลีก และฟุตบอลถ้วย ประจำฤดูกาล 2559 โดยมีสภากรรมการสมาคม, ผู้สนับสนุน และตัวแทนสโมสร ร่วมด้วยที่สโมสรตำรวจ วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม

พล.ต.อ.สมยศ แถลงก่อนเข้าประชุมว่า เหตุผลที่ยุติการแข่งขันเนื่องจากมีผลกระทบต่อหลายสโมสรที่เซ็นสัญญากับนักเตะต่างชาติจะหมดลงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ รวมทั้งกระทบต่อการส่งชื่อสโมสรเข้าร่วมศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 ไม่ทัน ทั้งนี้ ได้หารือกับสปอนเซอร์หลัก ซึ่งยืนยันไม่ประสงค์ที่จะจัดการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ได้มีการเสนอแนวทางมากมาย แต่ที่เร่งตัดสินใจ เพราะวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมาจะมีการแข่งขันโตโยต้า ลีก คัพ 2016 รอบชิงชนะเลิศ

“เรายึดกฎกติกาโดยไม่ได้มองว่า 3 ทีมสุดท้ายในลีกเป็นทีมใด ผมไม่เคยสังกัดทีมใด ไม่มีทีมใดเหนือในหัวใจ ผมให้โอกาสทุกสโมสรเข้าไปชี้แจงกับสภากรรมการสมาคม ยืนยันว่าการบริหารงานของสมาคมเป็นอิสระ ถ้าการตัดสินใจของผมทำให้สโมสรส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ ทำให้วงการฟุตบอลไทยตกต่ำ เพราะแสดงความอาลัย และความจงรักภักดีของผม ผมพร้อมจะน้อมรับในการตัดสิน แต่ผมมั่นใจว่าการตัดสินใจถูกที่สุด” บิ๊กอ๊อด กล่าว

ภายหลังการเปิดโอกาสให้สโมสรเข้าชี้แจงกับสภากรรมการสมาคม พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า ได้เปิดโอกาสให้ 18 สโมสรไทยลีกชี้แจง และลงคะแนนเสียง ซึ่งประเด็นแรกสโมสรลงคะแนนให้ยุติการแข่งขัน 17 เสียง และให้จัดการแข่งขัน 1 เสียง ขณะที่ประเด็นการเลื่อนชั้น-ตกชั้นมี 9 เสียงให้ตกชั้น 3 ทีมตามเดิม, มี 6 เสียงให้เพิ่มเป็น 20 ทีมฤดูกาลหน้า และมี 3 เสียงให้เป็นไปตามดุลพินิจสภากรรมการ จึงทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามมติเดิมของสภากรรมการให้ยุติการแข่งขันเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ส่วนถ้วยลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศ จะไม่แข่งขัน และให้ทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครองแชมป์ร่วมกัน และให้ไปตกลงเรื่องสิทธิตัวแทนไปเข้าแข่งขันรายการโตโยต้า แม่โขง คลับ แชมเปี้ยนชิพ และโตโยต้า พรีเมียร์ คัพ

Advertisement

บิ๊กอ๊อด กล่าวอีกว่า สำหรับฟุตบอลถ้วยช้าง เอฟเอคัพ ให้ 4 ทีมครองแชมป์ร่วมกันเช่นกัน และให้แบ่งเงินรางวัล รวมทั้งให้จับสลากสิทธิตัวแทนไปแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก แต่ชลบุรี เอฟซี สละสิทธิ จึงเหลือ 3 ทีมคือ ราชบุรี มิตรผล, ชัยนาท ฮอร์นบิล และสุโขทัย เอฟซี ส่วนดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 ก็ยึดมติเดิม ซึ่งจะรวมทั้งฟุตซอล และฟุตบอลชายหาดด้วยจะไม่มีการแข่งขัน ทั้งนี้ สโมสรลงคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์สอดคล้องกับมติสภากรรมการ โดยที่สภากรรมการไม่ต้องมีมติอีกครั้ง ยืนยันว่าสมาคมไม่ได้ดำเนินการโดยพละการ และได้สิ่งที่ถูกต้อง

ส่วนกรณี “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ซึ่งมีโปรแกรมทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 5 เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบ ออสเตรเลีย วันที่ 15 พฤศจิกายนนั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ทางออสเตรเลียไม่ยอมให้ทีมไทยไปเป็นทีมเยือนก่อน หรือเตะสนามกลาง จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการแข่งขัน และพ้นกำหนด 30 วันไปแล้วด้วย แต่จะกำหนดมาตราการเรื่องแฟนบอลเข้าชมเกม และเรื่องต่างๆ ส่วนศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพจะให้อินโดนีเซียจัดการแข่งขันแทน แต่จากนั้นจะคืนสิทธิให้ไทยในครั้งต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายอนุรุทธิ์ นาคาศัย รองประธานสโมสรชัยนาท ซึ่งเป็นทีมที่ตกชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้ตะโกนร้องเรียนวิงวอนขอความเป็นธรรม ก่อนเข้าไปพูดคุยกับนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

นายอนุรุทธิ์ เปิดเผยว่า ผิดหวังกับผลที่ออกมา เพราะชัยนาท และอาร์มี่ ได้รับผลกระทบตกชั้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าการลงคะแนนเสียงมีความยุติธรรมหรือไม่ เพราะตอนแรกสมาคมเรียกเข้ามาประชุมหารือ แต่เปลี่ยนเป็นการชี้แจง และเรียกให้ลงคะแนนลับ จึงคิดว่าไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ชัยนาทจะมีการประชุมกันเพื่อดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งการยื่นฟ้องร้องต่อศาลกีฬาโลก, ฟีฟ่า และเอเอฟซี รวมทั้งอาจทำตามแนวทางของนายอนุชา นาคาศัย ประธานสโมสรคือการยุบทีม ซึ่งชัยนาทจะมีแถลงการณ์ภายใน 1-2 วันนี้