พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ กับวงการกีฬาระดับสากล

18.10.16 | 12:37 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงสนพระราชหฤทัยในกีฬาหลากหลายประเภท นอกจากจะทรงกีฬาหลายชนิดด้วยพระองค์เองแล้ว ยังทรงศึกษาและทอดพระเนตรการแข่งขันกีฬาที่นักกีฬาไทยและนักกีฬาต่างประเทศลงแข่งขัน

พระองค์ยังทรงรับเอาสมาคมกีฬาต่างๆ ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ถึง 15 สมาคม เป็นองค์อุปถัมภ์ของวงการกีฬาไทย ซึ่งในเวลาต่อมาพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นได้ทรงรับสมาคมกีฬาไว้ในพระอุปถัมภ์เช่นกัน

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการกีฬาไทย และพระปรีชาสามารถกับพระอัจริยภาพในเชิงกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกีฬาเรือใบ ซึ่งนอกจากจะทรงเรือใบร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี พ.ศ.2510 แล้ว ยังทรงออกแบบเรือประเภทมด, ซุปเปอร์มด และไมโครมดขึ้นมา และจดสิทธิบัตรที่ประเทศอังกฤษ

ทำให้องค์กรกีฬาระดับนานาชาติยกย่องพระปรีชาสามารถของพระองค์ด้วยการทูลเกล้าฯถวายอิสริยาภรณ์ขั้นสูงของแต่ละองค์กรกีฬานั้นๆ เพื่อสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศในฐานะองค์ผู้บำเพ็ญประโยชน์ของวงการกีฬา

อาทิ ไอโอซี โทรฟี่ ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี), อิสริยาภรณ์โอซีเอขั้นสูงสุดของสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ), ไอเอเอเอฟ อวอร์ด ของสหพันธ์เรือใบนานาชาติ (ไอเอเอเอฟ), เพรสซิเดนต์ เมดัล ของสหพันธ์แบดมินตันโลก (บีดับเบิลยูเอฟ)

Advertisement

p 3-109_DB_OK_NEW

p 3-109_DB_OK_NEW

เมื่อครั้งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพกีฬา เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 เมื่อปี พ.ศ.2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานไฟพระฤกษ์เพื่อใช้จุดคบเพลิงในพิธีเปิดการแข่งขัน ทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินร่วมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันที่ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก เป็นเกียรติและสิริมงคลของการแข่งขันด้วย

(FILES) This file photo taken on December 3, 1998 shows Thai King Bhumibol Adulyadej lighting the flame of the 13th Asian Games at Chitrlada Palace in Bangkok during a ceremony prior to the start of the games. Thailand's King Bhumibol Adulyadej has died after a long illness, the palace announced on October 13, 2016, ending a remarkable seven-decade reign and leaving a divided people bereft of a towering and rare figure of unity. / AFP PHOTO / PORNCHAI KITTIWONGSAKUL

…ความสนพระทัยในด้านกีฬาและวิศวกรรมดังสะท้อนให้เห็นผ่านการออกแบบเรือตระกูล “มด” ประจักษ์ชัดขึ้นอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2553 เมื่อบริษัท เรดบูล คอมปานี ลิมิเต็ด กรุงลอนดอน นำรถแข่งฟอร์มูล่าวันของทีม เรดบูล เรซซิ่ง รุ่นที่คว้าแชมป์ฤดูกาล 2010 รวมทั้งนักขับดังของทีมอย่าง มาร์ค เว็บเบอร์ ชาวออสเตรเลีย มาขับโชว์ที่ถนนราชดำเนิน

4-1

ครั้งนั้น เมื่อทีมงานทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงสนพระราชหฤทัยการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน และทรงติดตามทอดพระเนตรมาโดยตลอด ก็ขอพระบรมราชานุญาตนำรถไปให้พระองค์ทอดพระเนตรที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถเข็นพระที่นั่งเพื่อทอดพระเนตรตัวรถ และมีพระราชดำรัสถามเกี่ยวกับการแข่งขัน ประเภทและขนาดของเครื่องยนต์ที่ใช้ รวมถึงเรื่องชุดแข่งขัน ซึ่งในการนี้ มาร์ค เว็บเบอร์ ได้กราบบังคมทูลว่า ชุดแข่งของนักขับเอฟวันกันไฟมากๆ แต่ก็ร้อนมากเช่นกัน

4-2

4-3

ด้วยความผูกพันทั้งหลายทั้งปวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศทรงมีต่อวงการกีฬาทั้งในและนอกประเทศ เมื่อข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์เผยแพร่ออกไป บรรดาองค์กรกีฬาต่างๆ จึงส่งสารแสดงความอาลัยต่อพระองค์

ในจำนวนนี้คือ สภามวยโลก (ดับเบิลยูบีซี) ซึ่งบรรยายในแถลงการณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในหมู่กษัตริย์และทรงผูกพันกับกีฬามวยมายาวนาน โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์การชกชิงตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวตของ “จิ้งเหลนไฟ” จำเริญ ทรงกิตรัตน์ ของไทย กับ โรแบร์ โคฮัง จากฝรั่งเศส ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ พระองค์ก็เสด็จฯไปทอดพระเนตรด้วย

ดับเบิลยูบีซียังซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ดอน โฮเซ่ สุไลมาน อดีตประธานสภามวยโลกเข้าเฝ้าฯ หลายครั้ง รวมทั้งพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ขั้นที่ 2 ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ ให้แก่ดอน โฮเซ่ สุไลมาน ในฐานะที่สร้างคุณูปการแก่วงการมวยสากลอีกด้วย

ดับเบิลยูบีซีระบุในตอนหนึ่งว่า เมื่อครั้งดอน โฮเซ่ สุไลมานเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ มีรับสั่งเป็นการส่วนพระองค์กับดอนสุไลมานในฐานะพระสหาย ให้ดอนสุไลมานช่วยสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ มวยไทย กีฬาประจำชาติของไทย เมื่อ 20 ปีที่แล้ว สภามวยโลกจึงนำมวยไทยไปเผยแพร่ที่ประเทศเม็กซิโก จนได้รับความสนใจจากแฟนมวยในภูมิภาคนั้นจำนวนมาก

และทุกวันนี้ เมาริซิโอ สุไลมาน ซัลดิวาร์ ประธานดับเบิลยูบีซีคนปัจจุบัน บุตรชายของดอน สุไลมาน ก็ยังคงสานต่อการสนับสนุนกีฬามวยไทยในระดับสากลอย่างสม่ำเสมอ ให้สมกับคำมั่นที่บิดาเคยให้ไว้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในอันที่จะเผยแพร่กีฬาประจำชาติของไทยในเวทีสากล รับสั่งเป็นการส่วนพระองค์กับพระสหายในครั้งนั้นจึงมีส่วนให้กีฬามวยไทยได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นที่มีต่อวงการกีฬาไทย