เปิดตัวศึก ‘บิวตี้ฟูล ไทยแลนด์ สะวิง’ ดวล 4 รายการตลอดเดือน พ.ค.นี้ ที่ภูเก็ต

6.04.22 | 23:15 น.

เปิดตัวศึก ‘บิวตี้ฟูล ไทยแลนด์ สะวิง’ ดวล 4 รายการตลอดเดือน พ.ค.นี้ ที่ภูเก็ต

เอเชี่ยน ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ (เอดีที) และมีนา ทัวร์ เผยโปรแกรมการแข่งขัน “บิวตี้ฟูล ไทยแลนด์ สะวิง” จัดดวล 4 รายการ ที่ จ.ภูเก็ต ในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นจัดทัวร์นาเมนต์ร่วมกันระหว่าง เอดีที และมีนาทัวร์ หลังจากประกาศจับมือร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

การแข่งขัน “บิวตี้ฟูล ไทยแลนด์ สะวิง” ทั้ง 4 รายการ ชิงชัยเงินรางวัลรายการละ 75,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท แข่งแบบสโตรกเพลย์ 3 วัน หลังจบการแข่งขัน 36 หลุมจะตัดตัวที่อันดับ 50 หรือเสมอผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย โดยแต่ละรายการจะหยุดพัก 2 วัน โดยสองทัวร์นาเมนต์แรกดวลกันที่สนามลากูนา ภูเก็ต ประเดิมด้วยรายการ “ลากูนา ภูเก็ต ชาลเลนจ์” ระหว่างวันที่ 3-6 พฤษภาคม 2565 ตามด้วย “ลากูนา ภูเก็ต คัพ” ระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคม 2565 จากนั้นจะย้ายไปแข่งที่สนามบลูแคนยอน คันทรี คลับ ในรายการ “บลูแคนยอน คลาสสิค” ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2565 และปิดท้ายด้วยรายการ “บลูแคนยอน โอเพ่น” ระหว่างวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2565

การแข่งขันกอล์ฟเอเชี่ยน ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ หรือเอดีที ซึ่งเป็นทัวร์รองของเอเชี่ยนทัวร์ เพิ่งกลับมาจัดการแข่งขันได้อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในรายการ กูรูแกรม ชาลเลนจ์ ที่ประเทศอินเดีย หลังจากต้องหยุดพักไป 2 ปี เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และจะมาแข่งขันกันต่อที่ภูเก็ต 4 รายการในเดือนหน้า

โช มินน์ ตันท์ กรรมาธิการและประธานบริหารของเอเชี่ยนทัวร์ กล่าวว่า เอเชี่ยน ดีเวลลอปเมนท์ ทัวร์ คือ ส่วนสำคัญในการพัฒนาของเรา และในขณะที่เราต่างยินดีที่ได้เห็นทัวร์กลับมาเริ่มแข่งใหม่ที่อินเดียเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนนี้เราตื่นเต้นมากที่ได้ประสานความร่วมมือกับมีนาทัวร์จัดการแข่งขัน 4 รายการที่ภูเก็ต นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญในการกลับมาของเรา

ด้าน เดวิด สเปนเซอร์ กรรมาธิการมีนาทัวร์ กล่าวว่า เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้งในเดือนหน้า หลังจากรอคอยมาอย่างยาวนาน เป็นเรื่องน่ายินดีที่ความพยายามทำงานอย่างหนักของเราได้ผล สมาชิกในทัวร์ของเรายังมีรางวัลให้ได้ลุ้นอีกมากมาย เนื่องจากโปรแกรมการแข่งขัน บิวตี้ฟูล ไทยแลนด์ สะวิง จะถูกนำมานับรวม เพื่อปิดฉากฤดูกาล 2020+ และตัดสินหาตำแหน่งแชมป์ทำเงินรางวัลสูงสุดของมีนาทัวร์ หรือ เจอร์นีย์ ทู จอร์แดน

Advertisement

ทั้งนี้นักกอล์ฟใน 10 อันดับแรกของอันดับทำเงินรางวัลมีนาทัวร์ หรือ เจอร์นีย์ ทู จอร์แดน หลังจบฤดูกาล 2020+ จะได้รับเชิญร่วมแข่งขันใน 2 รายการถัดไปของเอดีที ต่อจากทัวร์นาเมนท์ที่ภูเก็ต ทางด้านนักกอล์ฟทำเงินรางวัลสูงสุด จะได้สิทธิ์รับเชิญเข้าร่วมชิงชัย 1 รายการในโปรแกรมการแข่งขัน “ดิ อินเตอร์เนชันแนล ซีรีส์ 2022” ของเอเชี่ยนทัวร์

นักกอล์ฟใน 7 อันดับแรกของอันดับทำเงินรางวัลเอดีที หรือ ออร์เดอร์ ออฟ เมอริต เมื่อจบฤดูกาลจะได้ตั๋วเข้าไปเล่นในเอเชี่ยน ทัวร์ ฤดูกาลหน้า โดยการแข่งขันเอดีที จะนับรวมรายการบุญชู เรืองกิจ แชมเปียนชิพ เมื่อเดือนมกราคมปี 2563 ที่ปวิธ ตั้งกมลประเสริฐ คว้าแชมป์ไปครอง เป็นรายการแรกของฤดูกาลใหม่นี้ด้วย