พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชจริยวัตรที่งดงาม ทรงมีพระปรีชาสามารถในทุกๆ ด้าน
ด้านหนึ่งเป็นเรื่องของกีฬาที่เป็นที่ทราบกันว่าทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค. และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2510 ซึ่งเป็นวันพิธีปิดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ สนามศุภชลาศัย ท่ามกลางความปลื้มปิติของพสกนิกรชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นกษัตริย์นักกีฬาอย่างแท้จริง เมื่อย้อนกลับไปดูพระราชจริยวัตรด้านกีฬาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะพบว่าทรงโปรดกีฬามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์
เมื่อครั้งยังประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทรงเล่นสกีน้ำแข็ง ต่อมายังสนพระทัยในกีฬาหลายประเภท เช่น สกีน้ำ, ว่ายน้ำ, เรือกรรเชียง, เรือพาย, แบดมินตัน, ยิงปืน, กอล์ฟ, การแข่งขันรถเล็ก, เครื่องร่อน ฯลฯ ทรงศึกษาข้อมูลของกีฬาแต่ละประเภทอย่างละเอียด และทรงฝึกฝนจนปฏิบัติได้ดี นับเป็นแบบอย่างที่ดีของนักกีฬา
ณ โอกาสนี้ ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชต่อวงการกีฬามาน้อมใส่เกล้ากระหม่อม
พระราชดำรัสที่พระราชทานให้ลงพิมพ์ในหนังสือเนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2531 โดยรัฐสภาได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานบริเวณด้านหน้าอาคาร รัฐสภา 2 ความว่า
“…กีฬามีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับชีวิตของแต่ละคนและชีวิตของบ้านเมือง…”
พระบรมราโชวาท ที่พระราชทานไว้ในวันเปิดการแข่งขันกรีฑานักเรียนประจำปี ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2514 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ความว่า
“…จุดประสงค์ของการกีฬา ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นการฝึกให้บุคคลและคณะ มีความเข้มแข็งสามัคคี เพื่อให้แต่ละคนมีความแข็งแรงทั้งในทางกาย ทางจิตใจ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้นำเกียรติมาสู่ประเทศ ได้เกียรติทั้งในความสามารถ ความแข็งแรง น่าเกรงขามของประชากรในแต่ละประเทศ…”
พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และคณะนักกีฬายอดเยี่ยมประจำปี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ 9 กันยายน 2514 ความว่า
“…อันเรื่องของการกีฬานั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างที่กล่าวมาแล้วหลายครั้งว่า สำหรับประเทศหนึ่งๆ ควรจะส่งเสริมการกีฬาให้ดี เพราะว่าการกีฬาเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเป็นอยู่ของบ้านเมืองสำคัญส่วนหนึ่ง ประเทศใดที่มีนักกีฬา และมีน้ำใจดีก็ทำให้ประเทศนั้นมีหน้ามีตา และแสดงถึงนิสัยใจคอประชาชนในประเทศนั้น การส่งเสริมกีฬาจึงเป็นงานที่สำคัญ นักกีฬานั้น ต้องมีความสามารถรอบตัวหลายอย่าง ขั้นแรกก็คือต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงในการกีฬาทุกชนิด ข้อนี้เป็นสำคัญเมื่อมีความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกายแล้ว จะต้องฝึกฝนให้มีความสามารถในด้านกีฬาที่ตนได้ปฏิบัติ ก็เป็นการฝึกทั้งกายทั้งใจ ซึ่งก็เป็นข้อสำคัญอีกข้อหนึ่งในด้านทางจิตใจนักกีฬา ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ก็ได้รับการฝึกฝนอย่างมาก การฝึกวิชากีฬานี้ทำให้นักกีฬาจะต้องระมัดระวังตัว ควบคุมทั้งกายทั้งใจของตนให้อยู่ในขอบเขตของกีฬานั้น และทั้งในเขตของความดีด้วย เพราะว่านักกีฬาก็ควรจะส่งเสริมจิตใจที่บริสุทธิ์ จิตใจที่มีความซื่อสัตย์โดยแท้..”
พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ 18 กันยายน 2516 ความว่า
“…การกีฬานี้มีประโยชน์หลายด้านและสมควรที่จะส่งเสริมในทางที่ถูกต้อง ในหลักการการกีฬาเพื่อความสามัคคี และเพื่อให้คุณภาพของมนุษย์ดีขึ้นมา เวลานี้การกีฬาก็นับว่ามีความสำคัญในทางอื่นด้วยคือในทางสังคม ทำให้คนในประเทศชาติได้หันมาปฏิบัติสิ่งที่เป็นประโยชน์ในทางสุขภาพของร่างกายและจิตใจ ทำให้สามารถที่จะอยู่เป็นสังคมอย่างอยู่เย็นเป็นสุข ทั้งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิด ความเจริญของบ้านเมือง และโดยเฉพาะในการกีฬาระหว่างประเทศก็ได้เพิ่มความสำคัญกับมนุษย์อื่นซึ่งอยู่ในประเทศอื่น ฉะนั้นกีฬามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคน และชีวิตของบ้านเมือง ถ้าปฏิบัติกีฬาอย่างที่ถูกต้องหมายถึงว่า อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสามารถ ก็จะได้นำชื่อเสียงแก่ตน และแก่ประเทศชาติ ถ้าปฏิบัติกีฬาด้วยความเรียบร้อย ด้วยความสุภาพ ก็ทำให้มีชื่อเสียงเหมือนกัน และจะส่งเสริมความสามัคคีในประเทศชาติ การที่สมาคมได้ส่งเสริมการกีฬาโดยมีการเลือกนักกีฬายอดเยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจแก่นักกีฬา ก็เป็นสิ่งที่ดีมากและสมควรที่จะปฏิบัติต่อไป ขอให้วางหลักเกณฑ์ให้ดีเพื่อที่จะให้ได้เป็นการส่งเสริมการกีฬาโดยแท้”
พระบรมราโชวาทตอนหนึ่ง ในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประจำปี ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ วันที่ 1 ธันวาคม 2498 ความว่า
“…การกีฬานั้น ย่อมเป็นที่ทราบกันอยู่โดยทั่ว ไปแล้วว่า เป็นปัจจัยในการบริหารร่างกายให้ แข็งแรง และฝึกอบรมจิตใจให้ผ่องแผ้วร่าเริง รู้จักแพ้ และชนะไม่เอารัดเอาเปรียบกัน มีการให้ อภัยซึ่งกันและกัน สามัคคีกลมเกลียวกัน อย่างที่เรียกกันว่ามี น้ำใจเป็นนักกีฬา…”

พระบรมราโชวาทตอนหนึ่ง ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สัมมนาเรื่องการออกกำลังเพื่อสุขภาพ วันที่ 17 ธันวาคม 2523 ความว่า
“…ร่างกายของเรานั้น ธรรมชาติสร้างมาสำหรับให้ ออกแรงใช้งาน มิใช่ให้อยู่เฉยๆ ถ้าใช้แรง ให้พอเหมาะ พอดีโดยสม่ำเสมอ ร่างกายก็เจริญแข็งแรง คล่องแคล่ว ดังนั้น ผู้ที่ปกติทำการงานโดย ไม่ได้ใช้กำลัง หรือใช้กำลัง แต่น้อย จึงจำเป็นต้องหาเวลาออกกำลังกาย ให้พอเพียงกับความต้องการตามธรรมชาติเสมอ ทุกวัน…”
พระบรมราโชวาทตอนหนึ่ง พระราชทานแก่นักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 5 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ 28 พฤศจิกายน 2512 ความว่า
“…การกีฬานั้นมีหลักสำคัญอยู่ที่ว่าจะต้อง ฝึกฝนตนเองให้แข็งแรง ให้มีความสามารถใน กีฬาของตน เพื่อจะพร้อมที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในการ แข่งขันและได้ชัยชนะมา ถึงเวลาเข้าแข่งขันก็จะต้องตั้งสติให้ดี เพื่อให้ปฏิบัติได้เต็มที่ตามที่ได้ฝึกฝนมา…”
พระบรมราโชวาทตอนหนึ่ง ในวันเปิดงานกรีฑาและศิลปหัถตกรรมนักเรียน ณ กรีฑาสถานแห่งชาติ วันที่ 28 ธันวาคม 2502
” … การกีฬานั้นเป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปว่า เป็นการบริหารร่างกาย ให้แข็งแรง ทั้งเป็นการฝึกอบรม จิตใจให้เป็นผู้ร่าเริง รู้จักแพ้และชนะ ไม่เอารัดเอาเปรียบ ให้อภัยซึ่งกันและกัน อย่างที่เรียกว่ามีน้ำใจเป็นนักกีฬา รวมความว่าผลของการกีฬาคือ ผลทางร่างกายและจิตใจ นอกจากนั้นยังจะส่งเสริมความสามัคคีกลมเกลียวกัน อันเป็นวัตถุประสงค์ที่พึงปรารถนายิ่ง… “
พระบรมราโชวาทที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
เป็นพระบรมราโชวาทที่คนกีฬาควรนำมาน้อมเกล้าใส่กระหม่อมตราบนานเท่านาน…


