‘นายกฯ’ ชื่นชมทัพ ‘โต๊ะเล็กช้างศึก’ ครองเจ้าอาเซียน ผลักดันกีฬาสู่ ‘ซอฟต์เพาเวอร์’

21.04.22 | 16:02 น.

‘นายกฯ’ ชื่นชมทัพ ‘โต๊ะเล็กช้างศึก’ ครองเจ้าอาเซียน ผลักดันกีฬาสู่ ‘ซอฟต์เพาเวอร์’

เมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ทีมฟุตซอลชายชาติไทยชุดแชมป์ฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2022 ซึ่งเป็นแชมป์สมัยที่ 16 เข้าพบ โดย นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ หัวหน้าคณะได้กล่าวรายงานกับนายกรัฐมนตรีว่า ทีมไทยมีการแข่งขัน 3 ระดับคือ อาเซียน, เอเชีย และระดับโลก ที่ผ่านมาระดับอาเซียน ไทยแข่ง 16 ครั้ง ได้เเชมป์ทั้งหมดรวมทั้งครั้งล่าสุด ส่วนชิงแชมป์เอเชีย สามารถคว้าตำแหน่งในการแข่งขันติด 1 ใน 3 ไปแข่งขันชิงแชมป์โลกได้ทั้ง 6 ครั้ง และการแข่งขันชิงแชมป์โลก “ฟีฟ่า เวิลด์คัพ” ได้เข้ารอบทุกครั้งตั้งแต่เริ่มหัดเล่นตั้งแต่ปี 2543 ทุกๆ 4 ปี และสองครั้งหลังสุดเข้ารอบที่สองหรือ 16 ทีมได้ ปัจจุบันอยู่อันดับ 20 ของโลก

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับคณะนักเตะทีมชาติไทยแบบสบาย พูดคุยเป็นกันเองว่า “ก่อนนี้ผมได้บอกโฆษกไปแล้วว่าชื่นชมยินดีกับชัยชนะแชมป์อาเซียนของทีมชาติไทย ซึ่งก็ได้รับทราบว่าเราเริ่มเริ่มตั้งแต่ปี 2543ก็ทำผลงานได้ดี

จากนั้น นายกรัฐมนตรี สอบถามเรื่อง รูปแบบการแข่งขันของทีมชาติไทย ทางนายอดิศักดิ์ตอบว่า มีแข่งขันหลายรายการในปีนี้ และได้อธิบาย

จากนั้น นายกฯกล่าวกับนักกีฬาต่อว่า “เห็นนักกีฬาแล้ว หนุ่มแน่น ดูท่าทางจะฟิต โดยกีฬาวันนี้คือ ซอฟต์เพาเวอร์ ซึ่งไทยเราไม่มีซูเปอร์พาวเวอร์ มีอาวุธทันสมัยมากมายเหมือนประเทศใหญ่ๆ เรามีวัฒนธรรมที่ดีงาม เรามีกีฬาที่เป็นซอฟท์พาวเวอร์ เรามีกีฬากอล์ฟไประดับโลก เรามีมวย และเราก็มีฟุตซอล สำหรับการแข่งขันนอกจากชัยชนะเแล้ว ก็ขอให้ได้เพื่อน ได้มิตร บางประเทศอื่นที่เเข่งเเล้วมีเรื่องกัน ถือว่าไม่ดี เราเป็นตัวแทนวัฒนธรรมไทยก็ทำให้ดีงาม

นายกฯแนะนำ การเรียนหนังสือว่าหากเป็นไปได้ก็เรียนเพิ่มเติม เพื่อจะได้รองรับ ต่อไปจะเป็นโค้ช เป็นกรรมการ จะได้มีอาชีพรองรับไปด้วย ให้คิดว่าเราเล่นกีฬาเพื่ออะไร คิดให้มากกว่าชัยชนะ เป็นการคิดทั้งทางตรง และอ้อม ตนได้คุยกับ กกท.แล้ว ว่าบ้านเราต้องปรับเปลี่ยนบางสิ่งเพื่อพัฒนากีฬา ซึ่งคนไทยนั้นจะเล่นประเภทเดี่ยวเก่ง แต่พอเล่นเป็นทีมจะเร่มมีปัญหา ดังนั้นก็พัฒนาการเล่นเป็นทีม

Advertisement

“บางทีเราเล่นผมเคยเล่น บางคนหวงยิงไม่ส่ง ก็เสียโอกาส คนเป็นนักกีฬา ต้องทุ่มเทมาก เล่นเเล้วเหนื่อย ก็เข้าใจ นายกฯอยากจะพัฒนากีฬาให้มากขึ้น เริ่มจากเศรษฐกิจ และพัฒนาประเทศก่อน เราต้องร่วมมือกันทุกๆฝ่าย อีกไม่กี่ปีข้างหน้าคิดว่าจะดูแลทุกคนให้ดีขึ้น เราเป็นประเทศประชาธิปไตย ต้องทำทุกๆ สิ่งให้ถูกต้อง ก็ต้องใข้เวลา”

นายกฯได้สอบถามว่า กีฬาฟุตซอลมีการซื้อขายตัวกันหรือไม่ นายอดิศักดิ์ ตอบว่า มี 10 กว่าคนเเล้ว ช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งปัจจุบันจะมี มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ซึ่งนายกฯ ถาม มูฮัมหมัดไปเล่นต่างประเทศ ได้ค่าเหนื่อยเท่าไร มูฮัมหมัดตอบว่า ไม่เยอะครับ นายกฯถามเป็นล้านใหม เจ้าตัวบอกไม่ถึง

นายกฯบอกอีกว่า ถ้ามีกำลังใจรักจะเล่นต่อ ก็เชื่อว่าต่อไปบ้านเรากีฬาเราจะดีขึ้น ซึ่งระหว่างนั้น นายสุทิน บัวตูม ผู้จัดการทีมได้กล่าวชม กฤษดา วงษ์แก้ว ต่อนายกฯว่า เป็นกัปตันทีมที่พาทีมไทยประสบความสำเร็จมากมายกว่า 10 ปี นายกฯถามอยากได้อะไรบ้างก็บอก แต่ ทหารตำรวจเราก็รองรับ ก็ช่วยเหลือรองรับ ถามอายุใครมากสุดคือ กฤษดา 34 ปี ถามอายุ มูฮัมหมัด ตอบว่า 24 ปี

จากนั้นนายกฯ ตบท้ายว่า กีฬาเป็นสิ่งที่ดี สร้างความสามัคคี และดีใจที่ได้พบ ขอบคุณ โค้ช นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และเวลาทำประตูได้ ต่อไปให้นึกถึงหน้านายกฯ ด้วย จากนั้นอวยพรขอคุณพระศรีรัตนไตร ให้ประสบความสำเร็จที่ทุกคนคาดหวัง และอวยพรในช่วงปีใหม่ไทยด้วย ปิดท้ายว่า ขอบคุณมากจ่ะ

จากนั้นทีมฟุตซอลไทยได้มอบเสื้อหมายเลข 12 พร้อมปักชื่อว่า จันทร์โอชา เป็นภาษาอังกฤษ ให้นายกฯ โดย นายอดิศักดิ์ อธิบายว่าหมายเลข 12 เป็นหมายเลข นักเตะในตํานานฟุตซอลอย่าง ฟัลเกา ทีมชาติบราซิล เลยทีเดียว

หลังจากนั้นนายก ฯ ก็ได้หยอกล้อกับนักเตะอย่างสนุกสนาน และเล่าให้ฟังว่า ก่อนนี้เพิ่งเล่นฟุตบอลกับคนตาบอดมา แบบลูกบอลที่มีเสียงกรุ๊งกริ๊ง ยังวิ่งไล่ไม่ทันเลย เสร็จจากพิธีได้มอบของที่ระลึก พระเครื่องสิงห์ปราบมาร และไดอารี่ สำนักนายกฯ และถ่ายภาพหมู่ร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนจะพูดคุยกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่มาร่วมงานด้วย และแซวว่า กกท.มีเงินพอใช้ใหม ก่อนจะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี โบกมือให้ และลากลับไปทำงานต่อ