ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. : ที่หนึ่งไม่ไหว
ซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ใกล้จะเปิดฉากเต็มทีแล้ว แน่นอนสำหรับซีเกมส์ ไทยเป็นหนึ่งในตัวเต็งเจ้าเหรียญทองมาทุกยุคทุกสมัย สุดท้ายแล้วจะได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าชาติไหนเป็นเจ้าภาพ
ยิ่งถ้าเจ้าภาพเป็นชาติใหญ่ของวงการกีฬาอาเซียน อย่าง อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ หรือ เวียดนาม เมื่อรับหน้าเสื่อแล้ว แทบไม่เคยมีใครปล่อยให้แชมป์หลุดมือให้ชาติอื่นได้
เช่นเดียวกับฮานอยเกมส์ครั้งนี้ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ออกมายอมรับแล้วว่า โอกาสที่ไทยจะเป็นเจ้าเหรียญทองเรียกได้ว่าริบหรี่ หรืออาจจะบอกว่าไม่มีทางเลยก็ไม่ผิดนัก
เหตุผลแรก คือ โควิด-19 ที่เป็นอุปสรรคในการเตรียมทีมอยู่พอสมควร ต้องลดจำนวนนักกีฬาลงจากเมื่อ 3 ปีก่อน จาก 900 เหลือ 800 กว่าคน แต่ก็เตรียมกันอย่างสุดความสามารถ ขณะที่เจ้าภาพสามารถส่งแข่งขันได้เต็มอัตราศึก ทุกกีฬา ทุกอีเวนต์ แถมความได้เปรียบในการแข่งในบ้านด้วย
“ต้องยอมรับว่าซีเกมส์ครั้งนี้ เวียดนามได้เปรียบเราทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเรื่องการเป็นเจ้าภาพ การใส่กีฬาพื้นบ้านเข้ามา รวมถึงการเพิ่มอีเวนต์กีฬาที่เขาถนัด ขณะที่นักกีฬาเวียดนามก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว”
นี่ยังไม่นับรวมคู่แข่งอื่นๆ ที่น่าจะมีตัวเด็ดๆ มาลุยในซีเกมส์ครั้งนี้อีกไม่น้อย เรียกได้ว่าทุกชาติมีของกันทั้งนั้น แต่เมื่อถึงหน้างานแล้วจะปล่อยของกันได้มากน้อยขนาดไหน
ดังนั้นเป้าหมายที่ไทยต้องทำให้ได้ ดร.ก้องศักดมองว่า การเป็นเจ้าเหรียญทองนับเฉพาะกีฬาสากล ที่มีแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์จะมีความเป็นไปได้มากที่สุด และสามารถต่อยอดไปสู่ความสำเร็จในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่จะแข่งในปีหน้า ที่ประเทศจีน ยาวไปถึงโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส ในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย
คงต้องบอกว่าเวียดนามได้เจ้าเหรียญทองในภาพรวม ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งด้วยซ้ำ เรื่องนี้คนกีฬาชาติไหนก็รู้
ขึ้นอยู่กับว่าจะได้ถึง 140 เหรียญทอง ตามเป้าที่เจ้าภาพวางไว้มั้ยเท่านั้นเอง..

