หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ช็อกกองเชียร์...

ช็อกกองเชียร์! ‘อิลยาส’ พ่ายหวิวสิงคโปร์ ชวดคว้าทองปันจักสีลัต ศึกซีเกมส์

11.05.22 | 10:57 น.

ช็อกกองเชียร์! ‘อิลยาส’ พ่ายหวิวสิงคโปร์ ชวดคว้าทองปันจักสีลัต ศึกซีเกมส์

การแข่งขันปัญจักสีลัต ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ชิงชัยที่บั๊ก ตู เลียม ยิมเนเซียม กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ประเภทปันจักลีลา โดยมีนักกีฬาปัญจักสีลัตลงชิงชัยลุ้นเหรียญทอง 2 ประเภท

เริ่มต้นที่ประเภทปันจักลีลาเดี่ยว ชายเดี่ยว “ยาส” อิลยาส สาดารา นักกีฬาปัญจักสีลัตไทย วัย 29 ปี ตัวเก่งของไทยดีกรีแชมป์โลกปันจักสีลัตเวิลด์บีชเกมส์ 2019 และเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ 2018 เข้าร่วมการแข่งขันขันซีเกมส์เป็นครั้งที่ 5 และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก ลงสนามพบกับ มูฮัมหมัด อิคบาล บิน อับดุล ราห์มาน จากสิงคโปร์

ผลการแข่งขันปรากฏว่า อิลยาส โชว์ท่าร่ายรำได้อแข็งแกร่ง และสวยงาม แต่แสดงครบ 3 นาที ทำคะแนนได้ 9.930 คะแนน ขณะที่ มูฮัมหมัด ของสิงคโปร์ ที่มีดีกรีเป็นรอง แต่มีเสียงกองเชียร์สนับสนุนไม่แพ้ไทยแสดงการร่ายรำครบ 3 นาที ได้คะแนนรวมไป 9.960 คะแนน เบียดชนะอิลยาส คว้าเหรียญทองไปอย่างช็อกสายตากองเชียร์ไทย รวมทั้ง อิลยาส เองที่ค่อนข้างมั่นใจในผลงาน ส่งผลให้ อิลยาส สาดารา ได้เพียงเหรียญเงินในซีเกมส์ครั้งนี้ ส่วนเหรียญทองแดงเป็น ลักมัน ดาจิ จากมาเลเซีย และมูหัด ซูไฮมี่ จากบรูไน

อย่างไรก็ตาม จากเหรียญเงินของอิลยาส สาดารา ในครั้งนี้ นับเป็นเหรียญเงินแรกของทัพนักกีฬาไทยในศึกซีเกมส์ครั้งนี้อีกด้วย

หลังจบการแข่งขัน อิลยาส เปิดเผยว่า วันนี้ทำดีที่สุดแล้ว ก่อนลงแข่งขันก็มั่นใจว่าจะสามารถความเหรียญทองได้ เสียใจและเสียดายที่พลาดเหรียญทองไป เชื่อว่าถ้าหากตัดสินอย่างตรงไปตรงมามีโอกาสที่เราจะได้เหรียญทอง แต่เมื่อการแข่งขันมันออกมาแล้ว ก็ต้องยอมรับแล้วสู้กันต่อไป มองในแง่ดีอย่างน้อยเราก็ได้เหรียญเงินมาฝากคนไทยได้สำเร็จ

Advertisement

“ก่อนแข่งมั่นใจว่าจะสามารถคว้าเหรียญทองได้ เนื่องจากซ้อมมาดี อีกทั้งเรายังเคยเป็นแชมป์โลกมาแล้วด้วย ผสมกับอันดับโลกเมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้เราก็ดีกว่า อย่างไรก็ตามซีเกมส์ 5 ครั้งยังไม่เคยได้สัมผัสเหรียญทองเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆที่รายการแข่งขันนั้นเล็กกว่าชิงแชมป์โลก ก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน แต่ไม่เคยคิดจะท้อขอสู้ต่อ”

อิลยาสกล่าวอีกว่า ครั้งนี้สหพันธ์ฯมีการปรับกฎการตัดสินใหม่ จากการใช้ผู้ตัดสิน 5 คน เพิ่มเป็น 10 คน ซึ่งมีความต่างในสัตส่วนของตัวผู้ตัดสิน อย่างในรอบชิงชนะเลิศ เราแข่งกับสิงคโปร์ แต่มีผู้ตัดสินเป็นชาวสิงคโปร์ถึง 3 คน จากทั้งหมด 10 คน ส่วนในการแข่งขันทั้งทัวร์นาเมสนต์สัตส่วนผู้ตัดสินของแต่ละชาติก็ได้ไม่เท่ากัน อย่าง สิงคโปร์ รอบนี้เขามาถึง 7 คน ส่วนไทยได้ 3 คน ขณะที่ลาว กัมพูชา ได้ชาติละ 1 คน เป็นต้น ซึ่งแน่นอนมันส่งผลกับการแข่งขันอย่างแน่นอน