เจ้าภาพซีเกมส์และกีฬา (ไม่) สากล

12.05.22 | 12:41 น.
คิกบ๊อกซิ่ง

เจ้าภาพซีเกมส์และกีฬา (ไม่) สากล

หนึ่งในประเด็นถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ทุกครั้งที่มีการแข่งขันมหกรรมกีฬาภูมิภาคอาเซียนอย่าง ซีเกมส์ คือการบรรจุชนิดกีฬาที่ไม่ใช่กีฬาสากลหรือได้รับความนิยมแพร่หลาย โดยเฉพาะในมหกรรมใหญ่อย่างโอลิมปิกเกมส์

การบรรจุกีฬาชื่อไม่คุ้นหูเหล่านี้มักถกกันเสียงแตกทุกครั้งว่าควรมีหรือไม่มี ทางหนึ่งมองว่า เจ้าภาพมุ่งหวังแต่การเป็นเจ้าเหรียญทอง จึงบรรจุแข่งกีฬาพื้นบ้านที่ตัวเองถนัดกว่าชาติอื่นๆ และมีจำนวนการชิงเหรียญเยอะๆ เพื่อจะได้ครองบัลลังก์เจ้าเหรียญทองเป็นความภาคภูมิใจในซีเกมส์หนนั้นๆ

ส่วนอีกมุมมองก็ว่า ซีเกมส์เป็นกีฬาแห่งมิตรภาพ การบรรจุแข่งกีฬาพื้นบ้านของชาติต่างๆ เข้าไป จึงเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรม และเป็นสิทธิที่เจ้าภาพแต่ละชาติพึงกระทำ

ช่วงหลังๆ เวลาทัพนักกีฬาไทยไปแข่งซีเกมส์ที่ชาติไหนๆ ที จึงไม่น่าแปลกใจที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย จะตั้งเป้าหมายการเป็นเจ้ากีฬาสากล หรือครองเหรียญทองมากที่สุดในชนิดกีฬาที่แข่งขันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในโอลิมปิกเกมส์หรือเอเชี่ยนเกมส์เป็นหลัก

สำหรับมหกรรมกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งกำลังแข่งขันกันอยู่นี้ เป็นอีกครั้งที่เจ้าภาพบรรจุกีฬาชื่อไม่คุ้นหูเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาประเภทศิลปะการต่อสู้หลากหลายชนิด ประการหนึ่งเพราะเวียดนามถนัดกีฬาประเภทต่อสู้มาก และอีกประการคือกีฬาเหล่านี้มักจะชิงเหรียญทองกันเยอะเนื่องจากต้องแบ่งรุ่นแข่งขัน

Advertisement

“ฮานอยเกมส์” รอบนี้มีกีฬาที่แฟนกีฬาบ้านเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยอะไรบ้าง ไปดูกัน

คูราช

คูราช (ปี 2019, 2021)
คูราชเป็นศิลปะการต่อสู้ที่แพร่หลายในแถบเอเชียกลาง แถวประเทศตุรกี อาร์เมเนีย และอุซเบกิสถาน เป้าหมายหลักของกีฬานี้คือการเอาชนะคู่แข่งด้วยการทุ่มให้เท้าหลุดจากพื้น คูราชได้บรรจุเข้าแข่งในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2018 โดยนักกีฬาเจ้าภาพและเวียดนามแบ่งกันไปชาติละ 1 เหรียญทองแดง ส่วนระดับซีเกมส์ บรรจุแข่งครั้งแรกในหนที่แล้วที่ฟิลิปปินส์ และเวียดนามครองเจ้าทองในกีฬานี้ ถึง 7 ทองจากที่ชิงกัน 10 เหรียญ

คิกบ๊อกซิ่ง (ปี 2019, 2021)
ศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่ที่มีความใกล้เคียงกับมวยไทย แต่กติกาการแข่งขันต่างกัน ฟิลิปปินส์บรรจุกีฬานี้ชิงเหรียญในซีเกมส์ครั้งแรกตอนที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2019 ซึ่งเวียดนามครองเจ้าทอง กวาดไป 4 จาก 8 เหรียญ ส่วนไทยได้มาเพียง 2 เหรียญเงิน อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ไทยได้ตั้งสมาคมกีฬาคิกบ๊อกซิ่งแห่งประเทศไทยขึ้นมาปั้นนักกีฬาเฉพาะ ไม่ใช่แค่ดึงนักมวยไทยมาหัดกติกาของคิกบ๊อกซิ่ง ทำให้ความหวังที่จะเบียดแย่งเหรียญมีมากขึ้น

ภาพจากสมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย

ยูยิตสู (ปี 2019, 2021)
หนึ่งในศิลปะการต่อสู้เก่าแก่ของญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้างในช่วงทศวรรษหลังๆ ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป และเอเชีย โดยยูยิตสูจะใช้ทุกองค์ประกอบของการต่อสู้ออกอาวุธ ทั้งเตะ ต่อย ทุ่ม ล็อก จับ หัก อย่างไรก็ตาม กว่ากีฬานี้จะได้บรรจุในซีเกมส์ก็เพิ่งการแข่งขันครั้งที่แล้วที่ประเทศฟิลิปปินส์ (ซึ่งเจ้าภาพกวาดทองมากสุด 5 จาก 11 ทอง) ก่อนจะมาบรรจุแข่งต่อเนื่องในปีนี้

โววินั่ม (ปี 2011, 2013, 2021)
ศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในเวียดนาม มีทั้งการต่อสู้แบบมือเปล่าและใช้อาวุธ นอกเหนือจากการต่อย ศอก และเตะแล้ว ยังมีเทคนิคเฉพาะ อาทิ เตะขาไขว้เพื่อจับเหวี่ยงคู่แข่งลงกับพื้น โววินั่มบรรจุแข่งในซีเกมส์ครั้งแรกเมื่อการแข่งขันครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2011 ต่อด้วยที่เมียนมาหนถัดมาในปี 2013 และอีกเช่นเคยที่เวียดนามเป็นเจ้าเหรียญทองในกีฬานี้ โดยปี 2011 ทำได้ 5 จาก 14 เหรียญทอง และปี 2013 ได้ 6 จาก 18 เหรียญทอง

ภาพจากสมาคมกีฬาดำน้ำแห่งประเทศไทย

ฟินสวิมมิ่ง (ปี 2003, 2009, 2011, 2021)
ฟินสวิ่งมิ่ง หรือว่ายน้ำตีนกบ นักกีฬาจะสวมอุปกรณ์ตีนกบ ดำใต้ผิวน้ำโดยอาศัยการสะบัดขาให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า โดยกีฬานี้มีการแข่งขันชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 1976 และเริ่มบรรจุแข่งเป็นครั้งแรกตอนเวียดนามเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 22 เมื่อปี 2003 จึงไม่น่าแปลกใจที่เวียดนามกวาดได้ถึง 13 เหรียญทอง จากที่มีชิงชัยทั้งสิ้น 16 เหรียญทอง และคงจะเป็นกีฬาโกยเหรียญสำหรับเจ้าภาพอีกครั้งในซีเกมส์หนนี้

นอกเหนือจากกีฬาที่กล่าวไป ยังมีกีฬาที่แฟนกีฬาบ้านเราอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคย และเคยบรรจุแข่งในซีเกมส์ในอดีตมาหลายชนิด ได้แก่ อาร์นิส ศิลปะการต่อสู้ของฟิลิปปินส์, ชินลง กีฬาประจำชาติของเมียนมา คล้ายๆ ตะกร้อวง, เคมโป ศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่งของญี่ปุ่น, แซมโบ ศิลปะการต่อสู้ที่มีต้นกำเนิดจากกองทัพโซเวียต, ชัตเติลค็อก การละเล่นเตะลูกขนไก่ของเวียดนาม, พาราไกลดิ้ง หรือร่มร่อน, วิ่งหลบสิ่งกีดขวาง

เรียกว่าการชิงชัยกีฬาพื้นบ้านมีประวัติศาสตร์ยาวนานควบคู่กับมหกรรมกีฬาซีเกมส์มาโดยตลอด ปัญหาคือกีฬาเหล่านี้มาแบบวูบวาบสักหน่อย เจ้าภาพถนัดกีฬาไหนก็บรรจุกีฬานั้น หนต่อไปก็เปลี่ยนไปเป็นกีฬาอื่นตามความถนัดของเจ้าภาพรายต่อไป

เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป้าหมายหลักของการบรรจุกีฬาเหล่านี้ คือการเป็นบันไดที่มั่นคงเพื่อครองเจ้าทองของเจ้าภาพนั่นเอง