‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ผู้จุดประกายวงการกีฬา ‘คิกบ็อกซิ่ง’
โด่งดังเป็นพลุแตกในซีเกมส์ครั้งนี้สำหรับ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทย ที่เข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทย คุมทัพเข้าร่วมมหกรรมกีฬาอาเซียนในถิ่นเวียดนาม
นับเป็นการทำหน้าที่ตัวแทนทีมชาติครั้งแรกของ “บัวขาว” หลังจากก่อนหน้านี้ผ่านสังเวียนระดับอาชีพมาโชกโชน ทั้งการชกมวยไทย และคิกบ็อกซิ่ง ซึ่งก็ได้นำประสบการณ์จากสังเวียนทั่วโลก เข้าช่วยเติมเต็มความแข็งแกร่งให้กับทัพคิกบ็อกซิ่งไทย
จุดเริ่มต้นมาจากการที่ บัวขาว ได้รับโอกาสดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร สมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย ที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน โดยทาง “เสธ.น้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นายกสมาคม มองเห็นถึงความสามารถ และมอบโอกาสให้ บัวขาว สวมบทผู้จัดการทีม นำทัพล่าเหรียญทองซีเกมส์
หลังจากนั้นก็ได้เปิดแคมป์ “บัวขาว วิลเลจ” ที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาเข้มข้นตลอด 3-4 เดือน โดยบัวขาว พร้อมด้วย “โค้ชยิ้ม” ว่าที่ร้อยโทธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม เฮดโค้ช ได้ถ่ายทอดความรู้ให้นักสู้ไทย 12 รุ่น จนสร้างผลงานกระหึ่มผ่านเข้ารอบชิงถึง 6 รุ่น และคว้าเหรียญทองแดงไปแล้วถึง 6 รุ่น

บัวขาวเผยความรู้สึกว่า ภูมิใจ และเป็นเกียรติมากในฐานะการเป็นผู้จัดการทีมคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยทำหน้าที่ในนามตัวแทนทีมชาติไทยมาก่อน โดยยอมรับว่าคิกบ็อกซิ่งสมัครเล่นแตกต่างจากอาชีพ เพราะมีความละเอียดกว่า ทั้งเรื่องกฎกติกา อุปกรณ์ และการตัดสิน แต่ก็ได้ศึกษา หาข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาติวเข้มทัพคิกบ็อกซิ่งไทย จนสร้างผลงานในศึกซีเกมส์ครั้งนี้ได้อย่างน่าภูมิใจ
จากการส่งนักกีฬาทั้งหมด 12 รุ่น ชิงชัยรอบแรก และรอบสอง สามารถปราบแชมป์เก่า และเจ้าภาพเวียดนามได้ถึง 4 รุ่น ซึ่งในรอบตัดเชือกแม้ว่าจะมีการตัดสินที่ค้านสายตาถึง 4 รุ่น แต่ “บัวขาว” และ “โค้ชยิ้ม” สามารถทำลูกทีมทะลุผ่านเข้าชิงได้ถึง 6 รุ่นเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากผลการแข่งขัน “บัวขาว” ยืนยันว่า ทีมคิกบ็อกซิ่งชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ลาว อินโดนีเซีย กัมพูชา และเวียดนาม ถือว่าเป็นเพื่อนกัน และทุกชาติจะจับมือร่วมกันสู้ เพื่อขับเคลื่อนกีฬาคิกบ็อกซิ่งให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น
ถือได้ว่า “บัวขาว” เป็นผู้จุดประกายให้วงการคิกบ็อกซิ่งได้รับความสนใจอย่างมากในเวทีกีฬาซีเกมส์ในครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กีฬาชนิดนี้เป็นที่นิยมต่อไปในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติต่างๆ ในอนาคต…


