‘เทนนิส’ นำทัพจอมเตะไทยบุกเวียดนาม ลั่นเตะขาดผงาดแชมป์ซีเกมส์ 3 สมัยซ้อน

14.05.22 | 14:58 น.

‘เทนนิส’ นำทัพจอมเตะไทยบุกเวียดนาม ลั่นเตะขาดผงาดแชมป์ซีเกมส์ 3 สมัยซ้อน

ทัพนักกีฬาเทควันโดไทย ยกทัพสู่ประเทศเวียดนาม เพื่อทำศึกซีเกมส์ นำโดย “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวอันดับ 1 ของโลก รุ่นไม่เกิน 49 กก.หญิง ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2020 พร้อมไล่ล่าคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 3 สมัยซ้อน ไม่ว่าเจอใครก็ต้องเตะทำคะแนนให้ขาดลอย

“เสี่ยบิ๊ก” นายธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย นำคณะนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย เดินทางสู่ประเทศเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียนาม โดยทีมจอมเตะไทยชุดนี้มี “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดสาวอันดับ 1 ของโลก ในรุ่นไม่เกิน 49 กกท.หญิง เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และ “เทม” เทวินทร์ หาญปราบ นักเทควันโดชาย ที่เคยคว้าเหรียญเงิน โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง โดยจะลงชิงชัยในรุ่นไม่เกิน 63 กก.ชาย

พาณิภัค กล่าวว่า ตัวเองเข้าร่วมกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 โดยได้เหรียญทองซีเกมส์มาแล้ว 2 สมัย ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ปี 2017 (พ.ศ.2560) และครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปี 2019 (พ.ศ.2562) ขณะที่การเตรียมความพร้อมที่ผ่านมาได้เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนักมาโดยตลอด แม้จะมีอุปสรรค หรือปัญหาเรื่องการเปลี่ยนรุ่น แต่ก็สามารถแก้ไข และปรับตัวได้ ก็จะพยายามเล่นตามที่ซ้อมมา ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป ครั้งนี้ก็จะพยายามคว้าเหรียญทองให้ได้ 3 สมัยติดต่อกัน

จอมเตะสาวอันดับ 1 ของโลก กล่าวถึงการแข่งขันซีเกมส์ครั้งแรกของตนเอง ที่ประเทศเมียนมา เป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2013 (พ.ศ.2556) ว่า ครั้งนั้นต้องเจอกับนักกีฬาเจ้าภาพในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนแพ้ไปอย่างค้านสายตา ซึ่งก็ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนตัวเองมาตลอดว่า จะต้องตั้งใจมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเจอกับคู่แข่งคนไหนก็ตาม ต้องเตะทำคะแนนให้ขาดเพื่อตัดปัญหาเรื่องการตัดสิน

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันเทควันโด ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ประเภทพุมเซ่ แข่งขันวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 และประเภทต่อสู้ แข่งขันวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2565 โดยกีฬาเทควันโดไทย สร้างผลงานยอดเยี่ยมในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2019 (พ.ศ.2562) โดยทำได้ทั้งสิ้น 7 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง

Advertisement