‘ลูกยางสาวไทย’ ไล่ต้อนอินโดนีเซียขาด 3-0 คว้าชัย 2 นัดรวด รั้งจ่าฝูง ศึกซีเกมส์

16.05.22 | 12:59 น.

‘ลูกยางสาวไทย’ ไล่ต้อนอินโดนีเซียขาด 3-0 คว้าชัย 2 นัดรวด รั้งจ่าฝูง ศึกซีเกมส์

การแข่งขันวอลเลย์บอลในร่ม ประเภททีมหญิง ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่สนามได่เยิน ยิมเนเซียม เมืองกว่าง นิง ประเทศเวียดนาม มี 5 ชาติ เข้าร่วมชิงชัย ประกอบด้วย ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และเจ้าภาพ เวียดนาม แข่งขันแบบพบกันหมด และคัด 2 ทีมที่คะแนนดีที่สุดไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับผลงานทีมชาติไทย ประเดิมสนามนัดแรก ด้วยการตบเอาชนะ ฟิลิปปินส์ 3-0 เซต มี 3 คะแนน ขณะที่ อินโดนีเซีย ลงสนาม 2 นัด ชนะ 1 แพ้ 1 มี 3 คะแนนเท่ากัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 ทัพนักตบลูกยางสาวไทย ดีกรีแชมป์เก่า 12 สมัยซ้อน และเจ้าของแชมป์ 14 สมัย ลงสนามเป็นเกมนัดที่สอง พบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย

เกมนี้ “โค้ชด่วน” ดนัย ศรีวัชรเมธากุล หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมสาวไทย ส่งผู้เล่น 6 คนแรก ประกอบด้วย พรพรรณ เกิดปราชญ์, จรัสพร บรรดาศักดิ์, หัตถยา บำรุงสุข, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, ชัชชุอร โมกศรี, อัจฉราพร คงยศ และมี ปิยะนุช แป้นน้อย และสุพัตรา ไพโรจน์ เป็นตัวรับอิสระ

ผลการแข่งขันปรากฏว่า สาวไทย ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ตบเอาชนะ สาวอินโดนีเซียน ไปแบบขาดลอย 3-0 เซต ด้วยสกอร์ 25-15, 25-12 และ 25-14

Advertisement

ส่งผลให้ ทีมสาวไทย คว้าชัยชนะ 2 นัดรวด เก็บ 6 คะแนนเต็ม ขึ้นนำในอันดับ 1 ของตาราง โดยโปรแกรมนัดต่อไป ทีมสาวไทยจะลงสนามนัดที่ 3 พบเจ้าภาพ เวียดนาม เวลา 17.00 น.

“โค้ชด่วน” ดนัย ศรีวัชรเมธากุล เปิดเผยว่า จริงๆ ทางอินโดนีเซีย เขาก็พยายามเต็มที่ แต่ต้องให้เครดิตว่าวันนี้เกมเสิร์ฟ และเกมรุกของทีมไทยเราค่อนข้างมีประสิทธิภาพ และเหนือกว่าพอสมควร แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ซึ่งเราต้องเร่งแก้ไขก่อนจะไปพบกับเจ้าภาพวันพรุ่งนี้ ถือเป็นเกมที่เราจะประมาทไม่ได้ เราต้องรักษามาตรฐานของเราเพื่อเข้าไปให้ถึงรอบชิงให้ได้

“เป้าหมายเรายังคงเหมือนเดิมคือการคว้าเหรียญทอง ซึ่งถือเป็นเป้าหมายเล็กที่เราจะต้องทำให้ได้เพื่อเดินหน้าต่อไปยังเป้าหมายใหญ่ต่อไป เพราะฉะนั้นนักกีฬาทุกคนมีความมั่นใจ มีความพยายามเพื่อจะคว้าแชมป์รายการนี้ก่อนจะไปคว้าแชมป์รายการใหญ่ต่อไป ส่วนภาพรวมใน 2 นัดที่ผ่านมานั้นความลงตัวของทีมเราค่อยๆ ปรับจูน เพราะเราปรับวิธีการเล่นพอสมควร ส่วนเด็กๆ เล่นด้วยกันไม่มีปัญหาอะไรแม้จะไม่มีพี่ๆ รุ่นเก่าแล้ว เพราะพวกเขาก็เล่นร่วมกับพี่ๆ มาตลอด เล่นด้วยกันมาอยู่แล้ว กำลังใจดีมาก ยิ่งเวลาแบบนี้พวกเขายิ่งอยากจะแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาให้ผู้ใหญ่ในประเทศได้เห็นกันอยู่แล้ว”

ด้าน “ชมพู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์ กัปตันทัพลูกยางสาว กล่าวว่า หลังจากจบเกมเมื่อวานเราก็ทำการบ้าน เพื่อรอรับมืออินโดนีเซียต่อทันที เพราะเรารู้ว่าอินโดนีเซีย เขาค่อนข้างที่จะเล่นบอลสูง ส่วนเราค่อนข้างที่จะเล่นบอลเร็ว ก็เลยต้องปรับจังหวะ เพื่อที่จะให้เข้ากับเขา ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะเราจะได้เป็นการเตรียมทีมสู่ศึกวอลเลย์บอลเนชั่นลีกส์ ไปด้วยเลย เพราะเราก็ไม่รู้ทีมในเนชั่นลีกส์ จะมีแต่ทีมเล่นบอลเร็วอย่างเดียว หรือเปล่า อาจจะเจอทีมที่เล่นบอลสูงด้วยก็ได้ ส่วนการกลับมาแข่งซีเกมส์ครั้งนี้ก็ค่อนข้างรู้สึกตื้นตันใจมาก เพราะทุกคนห่างการเจอกันในทัวร์นาเมนต์แบบนี้กว่า 2 ปี

“ยอมรับเลยว่าในเกมแรกตอนเข้าเซตที่สองหนูจะร้องไห้ออกมาเลย หนูรู้สึกเป็นการคัมแบ็คกลับมาแล้ว ส่วนการที่หนูได้มาเป็นกัปตันทีมแข่งซีเกมส์ครั้งแรกในชีวิตนี้บอกเลยว่าตื่นเต้นมาก อยู่ในสนามก็พยายามเป่าปากลดความตื่นเต้นของตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยหน้าที่ของเราในทีมก็ต้องทำทุกอย่าง ทั้งคอนโทรลตัวเองด้วย คอนโทรลการเล่นให้ตรงคอนเซ็ปต์ของโค้ช คุมน้องๆ คุมทุกคน ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการเป็นหัวหน้าทีมนั้นมีหน้าที่สำคัญ แต่บางจังหวะเราก็ต้องคอยโคฟเวอร์ทุกคนเกินหน้าที่ของเราด้วย”

พรพรรณ กล่าวอีกว่า ส่วนนัดหน้าที่จะต้องเจอเจ้าภาพก็มีความกดดันนิดหนึ่ง เพราะพวกเขามีกองเชียร์คอยหนุนหลัง และเขาเองก็น่าจะเตรียมเต็มที่ที่จะต้องมาพบเรา เราจึงไม่สามารถที่จะประมาทได้เลย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจริงๆ เขายังกั๊กอะไรไว้ไม่เผยมาหรือเปล่า แต่ก็ยังมั่นใจถึงเหรียญทองเช่นเดิม ก็อยากฝากแฟนๆ ชาวไทยติดตามเชียร์พวกเราทุกช่องทางด้วย ช่วยเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยทุกชนิดกีฬาด้วย

ส่วนประเด็นที่เห็นนักตบลูกยางสาวไทยวิ่งเข้าไปเช็ดพื้นเองนั้น พรพรรณ กล่าวว่า ตอนแรกเขาไม่ได้จำกัดคนที่จะเข้าไปเช็ด แต่ในเกมแรกด้วยความตื่นเต้นและความเหนื่อยของทีมเราจึงให้น้องๆ 3-4 คนลงไปเช็ดเพื่อดึงเกมเล็กน้อย แต่ล่าสุดเขาก็มาแจ้งว่าได้แค่ 2 คน ทีมเราก็เข้าใจและปฏิบัติตาม ซึ่งประเด็นนี้ทีมเราก็สอนน้องๆ ลงลึกเลยว่าทุกคนที่ไม่ได้ลงสนามอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมก็จะต้องพกผ้าไว้ตลอด จึงจะเห็นว่าบางคนก็เหน็บเอว ผูกไว้ที่ขา เราฝึกซ้อมเรื่องนี้ชัดเจน เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลาเตรียมผ้าด้วย ส่วนสาเหตุที่ลงไปเช็ดเองก็เป็นกฎของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (เอฟไอวีบี) ที่ป้องกันเรื่องโควิด ทั้งการที่ใช้นักกีฬาในทีมลงไปเช็ดเองและต้องใช้ผ้าเช็ดของทีมตัวเอง