‘เสธ.หมึก’ พอใจนักปั่นเสือภูเขาไทยปิดฉาก 1 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง
หลังจากทีมจักรยานเสือภูเขาคว้า 1 เหรียญทองแดงจากรายการครอสคันทรี ทีมรีเลย์ (ผลัดผสม) ระยะทางรอบละ 5.2 กิโลเมตร ปั่น 4 รอบ รวม 20.8 กิโลเมตร 4 นักปั่นลงชิงชัย ประกอบด้วย กีรติ สุขประสาท, พูนศิริ ศิริมงคล, วรินทร เพ็ชรประพันธ์, ศุภักษร นันตะนะ
“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า เกมในวันนี้นักปั่นไทยสู้กันอย่างเต็มที่ เวลาที่ออกมาก็แพ้เขาอยู่นิดหน่อย แต่ยอมรับว่านักกีฬาทีมชาติไทยใจสู้กันทุกคน การที่ได้เหรียญทองแดงครอสคันทรี ทีมรีเลย์ ครั้งนี้ถือว่าสุดยอดแล้ว เหรียญนี้ก็จะเป็นของขวัญให้แก่พี่น้องชาวไทยทุกคน สรุปนักปั่นเสือภูเขาในซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ทำผลงานน่าพอใจได้ไป 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง หลังจากนี้ก็ต้องไปลุ้นการแข่งขันจักรยานประเภทถนนกันต่อ ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม มีชิงชัยทั้งหมด 6 เหรียญทอง โดยทีมจักรยานไทยก็จะทำให้ได้ตามเป้าหมาย คืออย่างน้อย 2 เหรียญทอง
ด้าน “โดด” กีรติ กล่าวว่า “ตอนที่แข่งขันอยู่นั้นผมไม่ได้คิดถึงเรื่องหมดแรงเลย ผมปั่นเป็นไม้สุดท้ายก็คิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องปั่นให้เต็มที่ ไม่ให้คู่ต่อสู้เห็นหลังเรา ซึ่งผมได้ใช้ประสบการณ์ในการปั่นคือยกแล้วหนีอย่างเดียว จนกระทั่งประสบความสำเร็จพาทีมคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ตามที่สัญญาเอาไว้ ต้องขอขอบคุณท่าน พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่ให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเอง ขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด ขอบคุณพ่อกับแม่ ขอบคุณสต๊าฟโค้ช และน้อง ๆ ในทีมจักรยานทุกคน ขอบคุณมากครับ”
“ไก่” ศุภักษร กล่าวว่า “วันนี้ทำอย่างเต็มที่ค่ะ พยายามไล่ตามทำเวลาเก็บให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ไม้สุดท้ายซึ่งเป็นพี่โดด (กีรติ) จะได้ไม่ต้องเครียดและไม่ต้องกังวลมากนัก พวกเราก็ทำเต็มที่แล้ว ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเชียร์พวกเรานักกีฬาจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย และฝากติดตามเชียร์ประเภทถนนกันต่อไป เราจะพยายามล่าเหรียญทองมาให้ได้ค่ะ”
ส่วน “โค้ชปู” นาวาอากาศตรี สุภัทร ศรีไสว ผู้จัดการทีม และหัวหน้าผู้ฝึกสอนจักรยานเสือภูเขาทีมชาติไทย กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ ต้องยอมรับว่าทีมมาเลเซียและเวียดนามมีค่าเฉลี่ยในการแข่งขันประเภทบุคคลสูงกว่านักปั่นไทย แผนที่วางเอาไว้คือในไม้ที่ 3 ศุภักษร ต้องพยายามไล่ตามคู่แข่งให้ระยะห่างเวลาแคบเข้ามา จากนั้นก็ให้ กีรติ เป็นตัวทีเด็ดไม้สุดท้าย แต่ขอชื่นชมว่านักปั่นไทยใจสู้ทุกคน หลังจากนี้ก็ต้องพยายามพัฒนานักกีฬาหญิงของเราให้ขึ้นมาทัดเทียมคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย หรือเวียดนามที่มีค่าเฉลี่ยการแข่งขันสูงกว่าเรา ส่วนนักกีฬาชายของไทยมีค่าเฉลี่ยสูงอยู่แล้ว แต่ก็ต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปเช่นกัน


