เจ้าอาเซียน! ‘ตะกร้อหนุ่ม’ ไล่ฟาด ‘เสือเหลือง’ 2-0 ผงาดแชมป์ทีมเดี่ยว สมัย 15

17.05.22 | 16:47 น.

เจ้าอาเซียน! ‘ตะกร้อหนุ่ม’ ไล่ฟาด ‘เสือเหลือง’ 2-0 ผงาดแชมป์ทีมเดี่ยว สมัย 15

การแข่งขันตะกร้อ ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 เป็นการแข่งขันประเภท ทีมเดี่ยวชาย รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติไทย แชมป์เก่า 14 สมัย พบกับคู่ปรับตลอดกาล “เสือเหลือง” มาเลเซีย

เกมนี้ไทยยังคงใช้บริการ “ซ้ายสั่งตาย” ศิริวัฒน์ สาขา ลงเสิร์ฟ โดยมี จิระศักดิ์ ผักบัวเงิน ลงมายืนคู่หน้ากับ ภัทรพงษ์ ยุพดี และ “ยาวปืนใหญ่” สิทธิพงษ์ คำจันทร์ ยืนแบ็ก และ พรชัย เค้าแก้ว และ ศิริวัฒน์ สาขา สาขาเป็นสำรอง

เซตแรก ทีมไทย ออกมาเปิดหน้าใช้อาวุธเด็ดลูกเสิร์ฟของ ศิริวัฒน์ เล่นงาน 3 ผู้เล่นมาเลเซียได้ พร้อมสามารถทำแต้มขึ้นแท่นนำได้ก่อน 20-15 แต่มาเลเซียยังไม่ยอมง่ายๆ มาเสิร์ฟ และฟาดทำแต้มแก้คืนได้ 3 แต้มติด ไล่มาเป็น 18-20 แต่ทว่าในแต้มสุดท้าย ศิริวัฒน์ ไม่ปล่อยให้ มาเลเซีย ได้ใจจัดการเสิร์ฟปิดเซตให้ไทย เอาชนะ ไปก่อน 21-18 ขึ้นนำ 1-0

เซตสอง มาเลเซีย ที่หลังพิงฝา แพ้อีกไม่ได้ ออกมาเปิดเพลงเสิร์ฟแลกหมัดกับ ศิริวัฒน์ ได้อย่างสูสี แต่บี้กันอยู่ที่ 10-10 ทำให้ ไทย ปรับแผน ส่ง “ยาวปืนใหญ่” สิทธิพงษ์ คำจันทร์ ลงมาเสิร์ฟบ้าง ทำให้เกมของ ไทย ดีขึ้นแบบทันตา พร้อมกับโกยแต้มหนีขึ้นแท่นนำไปได้ก่อน 20-13 ก่อนที่ในแต้มสุดท้ายจะเป็น จิระศักดิ์ ที่ฟาดทำแต้มปิดแมตช์ให้ ไทย ไปได้อีก 21-13

จากผลดังกล่าวทำให้ ทีมตะกร้อไทย ไล่ต้อนเอาชนะ มาเลเซีย ไปได้ 2-0 เซต 21-18,21-13 พร้อมผงาดคว้าแชมป์ประเภท ทีมเดี่ยวชาย ได้เป็นสมัยที่ 15

Advertisement

สำหรับ ทีมตะกร้อชายทีมชาติไทย ยังเหลือการชิงชัยอีก 1 รายการในประเภท ตะกร้อ 4 คน โดยอยู่สายเอ ร่วมกับ ลาว, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เริ่มแข่งขันกันในวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2565

หลังการแข่งขัน อาจารย์กมล ตันกิมหงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนเซปักตะกร้อชายทีมชาติไทย เปิดเผยว่า สำหรับการได้เหรียญทองเหรียญที่ 2 ของทีมชายไทยครั้งนี้ต้องบอกว่า เรารู้ข้อมูลคู่แข่งน้อยมาก ทั้งอินโดนีเซีย หรือมาเลเซียก็ตามต่างใช้เด็กใหม่ทั้งหมด มันเลยทำให้เล่นลำบาก แต่ด้วยที่เราใช้ผู้เล่นที่มีประสบการณ์มาใช้แก้ปัญหาตรงจุดนี้

โค้ชกมล กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ในเซตสองพอรูปเกมดูตื้อๆ แล้วเปลี่ยน “ยาว ปืนใหญ่” สิทธิพงศ์ คำจันทร์ ลงมาแล้วรูปเกมดีขึ้นชัดเจนนั้น เพราะมองว่าตั้งแต่ออกสตาร์ตเกมคู่แข่งเขาเริ่มชินกับลูกเสริฟเราแล้ว เมื่อแต้มเราไม่เดินเราจึงลองเปลี่ยนตัวเสริฟดู เพราะไม่มีอะไรเสียหาย หากไม่ดีก็เปลี่ยนกลับได้ ซึ่งผลที่ออกมาก็ทำให้สามารถเล่นงานคู่แข่งได้อยู่หมัดจริงๆ

“ส่วนเรื่องของเป้าหมายต่อไปในเหรียญที่ 3 คือประเภททีม 4 คนนั้น ต้องยอมรับว่าในประเภทนี้เราเพิ่งเริ่มสร้างมาได้ไม่นาน และต่างชาติค่อนข้างเน้นกับประเภทนี้เพราะรู้ว่าไทยเราไม่ได้ถนัดเท่ากับทีมชุดและทีมเดี่ยว แต่สำหรับทีมเราก็ซ้อมและเตรียมตัวมาค่อนข้างหนักพอสมควร ก็สู้เต็มที่และยังคาดหวังเหรียญทองเช่นเดิม”

ด้าน “ยาว ปืนใหญ่” สิทธิพงษ์ คำจันทร์ กุญแจสำคัญที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในเซตที่สอง และเสริฟโกยแต้มให้ไทยชนะมาเลฯ ได้ขาด กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากๆ ที่สามารถคว้าเหรียญทองเหรียญที่ 2 ของทีมชายให้แก่คนไทยได้ อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงฟอร์มส่วนตัวของตัวเองนั้นยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าที่ควร เพราะมีความรู้สึกว่า ตอนที่ซ้อมเราทำได้ดีกว่านี้ แต่เราไม่สามารถเอาสิ่งที่เราซ้อมมามาใช้จริงในการแข่งขันได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซนต์

“แต่ที่สุดแล้วการที่ประเทศไทยได้เหรียญทองก็คือเรื่องสำคัญที่สุดแล้ว ส่วนมุมมองของตัวเองที่เห็นทีมตะกร้อชาติต่างๆ ในซีเกมส์ก็มีความรู้สึกว่า แต่ละทีมไม่ได้มีมาตรฐานหนีกันมาก อยู่ที่ว่าการเดินเกมของตำแหน่งแบ็คของแต่ละประเทศว่าจะเดินเกมได้ดีหรือไม่ หากตัวเราเดินเกมได้ไม่ดีก็สามารถถูกโจมตีได้อยู่ดี ดังนั้นทีมชายจึงมาตรฐานหนีกันไม่มาก”