‘อาย’ ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร : ความตั้งใจที่เห็นผล
ว่ายน้ำไทยเคยเป็นมหาอำนาจในซีเกมส์เมื่อหลายปีก่อน และหนึ่งในนั้นมีชื่อของ “เงือกอาย” ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร ที่กวาดเหรียญรางวัลในซีเกมส์ 4 ครั้ง รวม 17 เหรียญทอง
ช่วงหลายปีหลัง ว่ายน้ำไทยไม่ใช่กีฬาความหวังเหรียญเป็นกอบเป็นกำอีกแล้ว กลายเป็นสิงคโปร์ที่ครองเจ้าสระมาตลอด และเวียดนามก็แบ่งเหรียญไปไม่น้อย ทำให้ซีเกมส์หนนี้ ไทยตั้งเป้าจากว่ายน้ำแค่ 1 เหรียญทองเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผลงานในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเซอร์ไพรส์ เพราะว่ายน้ำได้มาแล้ว 2 แชมป์ จาก “จอย” เจนจิรา ศรีสอาด และ “หมอนอิง” เพียงขวัญ ปะวะโพตะโก
ศรสวรรค์มองว่า รู้สึกดีที่ตอนนี้เมล็ดที่หว่านไปเริ่มเห็นผล เริ่มมีเหรียญบ้างแล้ว จะเหรียญเงิน เหรียญทองแดงก็ถือว่าดี นักกีฬารุ่นใหม่ๆ อายุ 16-17 สามารถหวังผลงานที่ดีได้แล้ว ซึ่งก็ต้องอดทนรอความสำเร็จที่น่าจะเกิดขึ้น รอดูเด็กรุ่นใหม่ น่าจะมีลุ้นอีกหลายเหรียญ
“จอยกับหมอนอิง ดูแล้วน้ำตาซึม น่าชื่นใจแทนเขา อย่างหมอนอิงเจ็บจนเกือบจะเลิกเล่นไปแล้ว แต่ด้วยความเป็นนักกีฬาก็ยังสู้ต่อ เห็นเขาคว้าเหรียญทองได้ก็ดีใจ น้ำตาซึมไปด้วย”
ตำนานเงือกไทยบอกอีกว่า ชาติอื่นเริ่มจะแผ่วแล้ว สิงคโปร์ เวียดนาม เป็นรอยต่อของการสร้างทีมที่สะดุดไป แต่ตระกูลกั๊วะ 3 พี่น้องของทีมลอดช่องยังแข็งแกร่ง เพราะมีทุนที่ไปซ้อมที่สหรัฐอเมริกา แต่ก็ไม่รู้เขามีปัญหาภายในของเขาว่าเกิดอะไรขึ้น
“ถ้าเป็นไปได้ อยากให้วงการว่ายน้ำบ้านเราดูแนวทางการสร้างนักกีฬาของเวียดนาม สิงคโปร์ เขาส่งนักกีฬาตัวความหวังไปฝึกเมืองนอกเลย ที่อเมริกา ออสเตรเลีย สร้างนักกีฬาได้จริง และเห็นผล ไม่ใช่ดูถูกโค้ชไทย แต่มีปัจจัยหลายอย่างประกอบเพราะเขาทำเป็นระบบ สมัยก่อนมีตัวอย่างจากฉลามณุก(รัฐพงษ์ ศิริรสานนท์)กับและเงือกแหวน(ประพาฬสาย มินประพาฬ) เขาประสบความสำเร็จเพราะไปฝึกที่ต่างประเทศจริงจังในระดับมหาวิทยาลัย”
นี่คือสิ่งที่ตำนานฉายาเงือสาวเจ้าสระเห็นและสื่อสารให้เรามีความหวังกับวงการว่ายน้ำไทยมากขึ้น

