กรีฑาไทยไม่เร่งดัน ‘เทพบิว-จอชชัว’ ไต่ผลงานสู่เอเชีย-โลกหวั่นบาดเจ็บ
หลังจากทีมกรีฑาไทยทำผลงานได้ตามเป้าจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ทำได้ทั้งหมด 12 ทอง 10 เงิน 8 ทองแดง เป็นไปตามเป้าที่สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ตั้งเอาไว้ก่อนเดินทางมาแข่งขัน
“แฝดเล็ก” พล.ต.ต.ศุภวณัฏฐ์ อาริยะมงคล หัวหน้าผู้ฝึกสอนกรีฑาทีมชาติไทย กล่าวว่า ผลงานของทีมกรีฑาครั้งนี้ถือว่ายอดเยี่ยมเพราะสามารถกลับมาคว้าเหรียญทองในกรีฑาระยะสั้นอย่าง 100-200-400-800 เมตร รวมถึงทีม 4×100 กับทีม 4×400 เมตรด้วย ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาเจอโควิด-19 ทำให้แต่ละประเทศมีความไม่พร้อมพอสมควร แต่ของไทยมีสนามซ้อม ได้ซ้อมอย่างสม่ำเสมอจึงเอาตัวรอดมาได้ แต่ในครั้งหน้าเหลือเวลาแค่ปีเดียวจะเป็นงานหนักกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าจะมีเด็กใหม่ๆ ประเภทใหม่ๆ ขึ้นมาได้อีก
แฝดเล็กกล่าวต่อว่า ส่วนผลงานของ “บิว” ภูริพล บุญสอน ที่คว้า 3 ทอง และจอชชัว โรเบิร์ต แอทกินสัน ที่คว้า 4 ทองนั้น ต้องเรียกว่าเป็นมนุษย์ที่พิเศษกว่าปกติ ลงแข่งด้วยหัวใจ อย่างภูริพล ถึงจะไม่ทำลายสถิติ 100 เมตร แต่ในวันแข่งมีลมสวนถึง 3 เมตรด้วยกัน ไม่เช่นนั้นคงทำได้ดีกว่านี้ แต่ที่น่าภูมิใจคือ 100 เมตรชายได้ทั้งทองและเงิน ฉะนั้น ระยะสั้นชายจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้ ส่วนผู้หญิงของเวลาอีกสักนิดจะกลับมาแน่นอน
พล.ต.ต.ศุภวณัฏฐ์กล่าวเสริมว่า ทั้งบิว และจอชชัว เพิ่งอายุ 16 กับ 19 ปี ยังไม่แกร่งพอจะไปลุยในระดับเอเชีย แม้บางรายการก็สู้ได้ แต่ทางสมาคมจะไม่เร่งทั้งสองมากเกินไป เพราะอายุยังน้อยถ้าบาดเจ็บแล้วจะมีปัญหา อย่างเช่นนักกีฬาอินโดนีเซีย ที่พอบาดเจ็บครั้งเดียวก็เจอปัญหาเลย จะพยายามไม่ให้เกิดแบบนั้นเด็ดขาด
แฝดเล็กกล่าวปิดท้ายว่า ส่วนผลงานครั้งนี้ได้ 12 ทอง จากเป้าที่ให้ได้เท่าหนก่อน ทว่าครั้งนี้กลับมาได้ประเภทยอดนิยมเยอะ ส่วนครั้งก่อนได้ลานเยอะแต่ครั้งนี้หลายคนหลุดไปก็ต้องกลับไปพัฒนา จริงๆ ถ้าลงได้ครบทุกคนเชื่อว่าจะมีถึง 18 ทองได้ แต่ก็ยอมรับว่ากีฬามีแพ้ มีชนะ เป็นเรื่องปกติ

