‘อาเซียนคัพ’ กลับมาจัดแข่งเหย้า-เยือน หวดปลายปี’65 ข้ามไปปี’66
ความเคลื่อนไหวสำหรับ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่กำลังแข่งขันศึกเอเชี่ยนคัพ 2023 รอบคัดเลือก ที่ประเทศอุซเบกิสถาน ซึ่งหลังจากจบโปรแกรมดังกล่าว ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะมีเพียงแค่เกมอุ่นเครื่องตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์อีกครั้งในเดือนกันยายน จากนั้นจะเป็นฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คัพ 2022” ซึ่งไทยจะต้องลงเล่นในฐานะแชมป์เก่านั้น
โดยจากการแข่งขันในปี 2020 ที่ถูกเลื่อนมาแข่งขันช่วงปี 2021 โดยมีการปรับระบบมาเป็นการมีเจ้าภาพชาติเดียวคือสิงคโปร์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในปลายปีนี้ จะกลับไปใช้รูปแบบเดิมคือการแข่งขันเหย้า-เยือน ตามเดิม
“พ่อบ้านโจ” นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่คลี่คลาย อย่างในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม ก็ให้แฟนบอลเข้าชมได้เต็มที่แล้ว สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) จึงจะกลับไปใช้รูปแบบเดิม ไม่มีเจ้าภาพ เล่นแบบเหย้าเยือน รอบแรกแบ่ง 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม แต่ละทีมจะต้องเป็นทีมเยือน 2 แมตช์ และทีมเหย้า 2 แมตช์ ส่วนรอบรองชนะเลิศ กับรอบชิงชนะเลิศ จะเตะแบบเหย้า-เยือน รอบละ 2 แมตช์
“ถ้าไม่มีอะไรรุนแรง สถานการณ์เลวร้าย เอเอฟเอฟ วางแผนไว้ว่าจะกลับไปจัดรูปแบบเดิม คือ เหย้า-เยือน ไม่มีเจ้าภาพ ซึ่งการจัดลักษณะนี้ ได้รับเสียงตอบรับ ความนิยมที่ดีจากแฟนบอล การแข่งขันสนุกเร้าใจ เพราะทุกแมตช์จะมี 1 ทีมที่เป็นเจ้าบ้าน รวมทั้งเพิ่มมูลค่าด้วย”
ส่วนระยะเวลาการแข่งขันนั้น นายพาทิศกล่าวว่า เบื้องต้น เอเอฟเอฟวางไว้ว่าจะแข่งหลังจากฟุตบอลโลก 2022 จบแล้ว คือเริ่มราวๆ วันที่ 20 ธันวาคม และไปจบวันที่ 16 มกราคม เป็นทัวร์นาเมนต์ที่นานเพราะต้องเดินทางข้ามประเทศกัน ส่วนการจับสลากแบ่งกลุ่มนั้น จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม โดยทางเอเอฟเอฟให้จัดที่ประเทศไทยเนื่องจากเป็นแชมป์เก่า ส่วนทีมวางจะดูจากผลงานการแข่งขัน 3 ครั้งหลังสุด ซึ่งไทยเป็นแชมป์ในปี 2016 และ 2020 ส่วนเวียดนาม เป็นแชมป์ปี 2018 ก็จะถูกแยกเป็นทีมวางของแต่ละกลุ่มโดยปริยาย
สำหรับศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ไทย เป็นแชมป์มากสุด 6 สมัย ตามด้วยสิงคโปร์ 4 สมัย, เวียดนาม 2 สมัย และมาเลเซีย 1 สมัย

