ส.บอล-ไทยลีก วางโปรแกรมเอื้อทีมชาติ ‘มาโน่’ แฮปปี้ได้เวลาซ้อมตามต้องการ
นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานบริษัท ไทยลีก จำกัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันไทยลีก พร้อมด้วย มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซัลบาดอร์ บาเลโร การ์เซีย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี, พิภพ อ่อนโม้ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และทีมงานสต๊าฟโค้ช ร่วมประชุมเพื่อวางโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีก ภายในประเทศ ฤดูกาล 2022/23 ให้สอดคล้องกับโปรแกรมทีมชาติไทยในการเก็บตัวก่อนเข้าสู่รายการแข่งขันระดับนานาชาติ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน
โดยจากการที่มหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศจีน ถูกเลื่อนออกไป ทำให้ไทยลีกสามารถนำโปรแกรมการแข่งขันมาใส่ในช่วงเวลาดังกล่าวได้ รวมถึงสมาคมยังได้วางกรอบเวลาในการเตรียมทีมชาติไทย ก่อนลุยศึก “เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คัพ 2022” ให้มีเวลาเตรียมทีมก่อนการแข่งขันตามที่ มาโน่ โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนต้องการ
หลังจากการประชุม มาโน่ กล่าวว่า เป็นการประชุมที่ดีและสำคัญมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้มาตัดสินใจร่วมกันแบบนี้ เพื่อให้ทีมชาติและลีกมีโปรแกรมที่สนับสนุนกัน แม้ว่าบางการตัดสินใจ อาจจะมีผลลัพธ์ที่แตกต่างจากที่คาดหวังไว้ เพราะมันคือเรื่องของอนาคต แต่โค้ชทีมชาติทุกชุด และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง มาตัดสินใจด้วยกัน และเดินหน้าไปด้วยกัน
“สำหรับวันนี้มันเป็นเรืองที่น่าสนใจมาก หากเราหาทางที่ลงตัวสำหรับทุกคนได้ ผมเชื่อว่าเราทำได้ดีกว่าเดิม การประชุมมันออกมาดีมาก เรามีเวลามากมาย และจะได้นักเตะที่ดีที่สุดที่พร้อม มันเป็นสิ่งสำคัญในการระเบิดฟอร์มในระดับสูง ที่ต้องมีเวลา และมีนักเตะที่ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่โค้ชทุกคนต้องการ ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย บางครั้งเราต้องช่วยเหลือสโมสรด้วย แต่นั่นคือเหตุผลที่เรามานั่งประชุมกันในวันนี้ ผมเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้เป็นสิ่งสำคัญ”
“โปรแกรมหลังจากนี้เราจะมีฟีฟ่า เดย์ ในเดือนกันยายน เราหวังว่าจะได้คู่ต่อสู้ที่ดี โดยเฉพาะการได้ทีมที่อันดับฟีฟ่า แรงกิ้งที่ดีกว่าเรา เพราะเราจะได้เห็นนักเตะของเราในเกมเหล่านี้ และหาข้อผิดพลาด และนำมันไปแก้ไข และหลังจากนั้น เราจะมีเวลาเตรียมทีมหลังจบเลกแรก สำหรับศึกชิงแชมป์อาเซียน”
“เรารู้ว่าถ้าเรามีเวลามันก็เป็นเรื่องดี เราจะพยายามสเกาท์นักเตะในฤดูกาลใหม่ ผมตื่นเต้นกับสิ่งที่เรากำลังจะก้าวไป และหวังจะได้เห็นฟอร์มการเล่นของนักเตะหลายๆ คน นี่คือหน้าที่ของเราในการตามหาคนที่ดีที่สุดมาติดทีม”
“การป้องกันแชมป์ มันคือเป้าหมายของเรา เพราะมันมีความกดดันเข้ามา หลังเราลงเล่นครั้งนี้ในฐานะแชมป์เก่า ทุกคนต่างคาดหวังว่าเราจะทำได้เหมือนเดิม แต่มันไม่ง่าย ซึ่งผมก็อยากจะทำมันให้ได้อีกครั้ง ผมเชื่อเสมอว่าทีมชาติไทยมีความแข็งแกร่ง และเราก็แสดงให้เห็นในซูซูกิ คัพ ครั้งล่าสุด ว่าแม้เราจะไม่มีเวลา แต่ถ้าเรามีนักเตะที่ดี นักเตะโชว์ฟอร์มได้ดีมาก ผมหวังว่าเราจะทำได้อีกครั้ง ถ้าเรามีเวลาและมีนักเตะที่ดี ผมเชื่อว่าเราจะเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์กลับมาที่บ้านของเราได้อีกครั้ง” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ กล่าวทิ้งท้าย
ส่วน ทีมชาติไทย รุ่นอายุไมเกิน 19 ปี ซึ่งจะมีโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-15 กรกฎาคม และ ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศโอมาน ระหว่าง วันที่ 10-18 กันยายน และ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่มีโปรแกรมเข้าร่วมแข่งขันรายการชิงแชมป์อาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-13 สิงหาคม และฟุตบอลเอเอฟซี รอบคัดเลือก ที่ประเทศเวียดนาม ระหว่าง 1-9 ตุลาคม ซึ่งฝ่ายจัดการแข่งขันได้เตรียมแผนในการวางโปรแกรม โดยจะไม่ให้ทับซ้อนกับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลยูธลีกที่จะเริ่มในช่วงปลายเดือนกันยายน เพื่อประโยชน์สูงสุดของฟุตบอลทีมชาติไทยต่อไป






